ส.ว.จัดสัมมนา ‘วิษณุ’ ร่ายยาวอำนาจหน้าที่ตามรธน. เปรียบรบ.เป็น “แป๊ะ” อีก แต่เรือลำใหม่ปริ่มน้ำ ต้องระวัง ขอทุกฝ่ายช่วยกันวิดน้ำ ถ้าไม่ช่วยก็สวดมนต์ไป อย่าเอาเท้าราน้ำ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม ที่หอประชุมทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดการโครงการสัมมนาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประจำปี 2562 โดยมีส.ว. ทั้ง 250 คนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรับฟังปาฐกถาพิเศษจาก นายวิษณุเครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง “บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 กับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ” ตอนหนึ่งว่า ส.ว.ชุดนี้เป็นชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ ช่วงที่ตั้งกรรมการสรรหาส.ว.ที่ไม่ได้มีการประกาศรายชื่อ ไม่ได้ลืม แต่ตั้งใจ เพราะถ้าประกาศจะเกิดผลเสียมากกว่า อย่างน้อยจะเกิดการวิ่งเต้นใช้เส้นสาย แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เจตนาปกปิดลับลวงพราง ซึ่งกรรมการสรรหา 12 คน ที่ตั้งขึ้นในครั้งแรก นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ถือเป็นคนแรกที่ลาออกโดยไม่เคยเข้าประชุม และขอลาออกก่อนมีการเรียกประชุม สุดท้ายเหลือกรรมการสรรหา 9 คน ประกอบด้วยรองนายกฯ 5 คน และผู้แทนคสช. 4 คน ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาใช้วิธีแสวงหารายชื่อ โดยไม่ได้ใช้วิธีเปิดรับสมัคร โดยพิจารณาจาก สนช. สปท. สปช. กรรมการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ นักวิชาการ ข้าราชการ และบุคลากรที่อยู่ในองค์กรภาคเอกชน
นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 270 ของบทเฉพาะกาล กำหนดว่าส.ว.มีหน้าที่ และอำนาจในการออกกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้ความเห็นชอบเรื่องต่างๆ ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นส.ว.ลากตั้ง ไม่ได้เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยนั้น ทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมติ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 เป็นมาตราที่สมมติว่าส.ส. และส.ว. เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ซึ่งถูกสมมติโดยมาตราเดียวกัน และแม้ว่าส.ว.จะมาจากการแต่งตั้งแต่ในอดีตก็เคยทำผลงานได้ดี เพราะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ต้องห่วงเรื่องคะแนนเสียง อย่างไรก็ตาม ส.ว.ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าไปคิดว่า เมื่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผ่านการพิจารณาจากส.ส.แล้ว ส.ว.ไม่ต้องพิถีพิถันในการพิจารณาก็ได้ เพราะกฎหมายไปถึงใครก็เหมือนฟุตบอลไปถึงเท้าต้องทำให้ดีที่สุด เพราะวันข้างหน้าไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ตอนนี้มีส.ส.ตั้งกระทู้ถามหลายกระทู้ แต่จำเป็นต้องเลื่อนไป เพราะส่วนใหญ่เป็นคำถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเป็นคำถามที่ต้องรอรัฐบาลหน้ามาตอบ เนื่องจากรัฐบาลนี้จะกลับบ้านอยู่วันสองวันนี้แล้วจะมาตอบอะไรได้ นอกจากนี้ การตั้งกระทู้ถามยังชอบถามนายกรัฐมนตรี แต่ในทางปฏิบัตินายกฯ มอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบก็ได้ เช่น กระทู้ถามเรื่องพานไหว้ครู นายกฯก็ไม่รู้จะตอบอะไร สุดท้ายก็ต้องมอบคนอื่นมาตอบ
“เราทั้งหลายร่วมชะตากรรมเดียวกัน เหมือนลงเรือลำเดียวกัน วันนี้เรือแป๊ะจอดเทียบท่าที่คลองผดุงกรุงเกษม เปลี่ยนเรือลำใหม่ แป๊ะอาจจะคนเดิม แต่ลูกเรือใหม่ ผู้โดยสารก็ใหม่ ผมเปรียบไม่ได้ว่า ครั้งนี้เป็นเรืออะไร แต่ก็เป็นเรืออยู่ดี แต่เรือลำนี้อาจจะไปยากลำบาก เพราะไม่มีใครตามใจแป๊ะอีกแล้ว ตรงกันข้ามแป๊ะอาจต้องตามใจลูกเรือ และเรือต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งเรือลอยในน้ำ สำนวนไทยมีคำเปรียบเทียบว่า ปริ่มน้ำ แปลว่า ล่อแล่ เวลานี้สภาพอาจเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ปริ่มน้ำไม่อันตราย กลับช่วยให้ระมัดระวังขึ้นอีกเยอะ ดีกว่ารู้สึกมั่นคงแล้วประมาท อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่อยู่ในเรือ ไม่ว่ากัปตัน ลูกเรือ หรือผู้โดยสาร ก็ต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันวิดน้ำออกจากเรือ ขณะเดียวกันถ้าใครไม่อยากวิดน้ำ วิดไม่เป็น ก็ขออย่างเดียวว่า มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ ปล่อยให้คนที่เขามีแรงได้พายไป ขอให้นั่งนิ่งๆช่วยสวดมนต์ก็ยังดี เพราะถ้าเรือล่มก็ล่มทั้งลำแล้วจะเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ผมไม่รู้ว่าส.ว.จัดอยู่ในประเภทลูกเรือหรือผู้โดยสาร แต่ถ้าเรือล่มท่านก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับคนทั้งหลาย จึงขอให้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม” นายวิษณุ กล่าว

