สถานีคิดเลขที่12 : ร่องน้ำเรือเหล็ก : โดยจำลอง ดอกปิก

6.07.19 | 12:00 น.

ยังไม่ทันตั้งรัฐบาล บริหารประเทศ

กลับเกิดคำถามอื้ออึง จะอยู่ได้กี่เดือน

เพราะรัฐบาลผสม 19 พรรค เสียงปริ่มน้ำเป็นที่ยิ่ง 251-254 เสียงเท่านั้น

กระนั้นคำถาม ก็มาจากทั้ง ฝ่ายที่ต้องการให้รัฐบาลล่มสลายโดยเร็ว และฝ่ายที่มองด้วยความห่วงใย

ที่จริง 251 เสียงรัฐบาล ก็น่าหวั่นวิตกอยู่หรอก

Advertisement

รอยปริร้าว ความขัดแย้ง แบ่งมุ้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก

เพิ่มน้ำหนัก ในทางอยู่สั้น มากกว่ายาว

มองแบบโลกสวย ‘เรือเหล็ก’-เรือแป๊ะลำที่ 2 แม้อาจไปยากลำบากสักหน่อย แต่ ‘วิษณุ เครืองาม’ เห็นว่า ปริ่มน้ำไม่อันตราย กลับช่วยให้ระมัดระวัง ดีกว่ารู้สึกปลอดภัยแล้วประมาท

จริงอย่างที่รองนายกฯว่า

แต่อุบัติเหตุทางการเมือง บางครั้ง-หลายครั้ง มิได้เกิดความประมาท เสมอไป แต่เกิดจากเหตุและปัจจัยอื่น

รัฐบาล ‘บิ๊กตู่2’

มีด้านอ่อน เสียงปริ่มน้ำ แต่ก็มีจุดแข็ง

เพียงแต่ มิใช่จุดแข็งของตนเอง แต่เป็นจุดแข็งที่ ทุกฝ่ายได้บทเรียนจากการต่อสู้ทางการเมืองครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งสถานการณ์บังคับ จำกัดพื้นที่เล่น

ฝ่ายค้านประกาศแนวทาง จะต่อสู้การเมืองในวิถีทางรัฐสภา

ตรวจสอบ ถ่วงดุลตามระบบ ไม่ออกมาลุยตามท้องถนน ไม่คำนึงถึงวิธีการต่อสู้

รัฐบาลเบาใจได้ระดับหนึ่ง ปัจจัยแทรกซ้อนไม่มีแน่

ดังนั้นการจะอยู่สั้น หรือยาว เงื่อนไขขึ้นอยู่กับการบริหารของรัฐบาลเป็นหลัก

บริหารจัดการเสียงปริ่มน้ำ ซึ่งไม่ยากเท่าใดนัก มีเครื่องมือบริหารจัดการ จัดสรรปันส่วน ยึดโยงอยู่ได้ด้วยผลประโยชน์ร่วม

การบริหารจัดการ แก้ปัญหาบ้านเมืองที่เผชิญ

เรื่องที่สองนี้ เป็นโจทย์หินรัฐบาล

แก้ไม่ตกมาตั้งแต่สมัยแรก ทั้งที่มีอำนาจ ม.44 ไม่มีปัญหาเอกภาพ เป็นทีมเดียวกัน โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ การกระจายรายได้

ยังดีที่ว่า ในระดับมหภาคพออวดอ้างได้

แต่รัฐบาลปัจจุบัน ขาดเครื่องมือสำคัญ เสียงข้างมากแต่น้อยมาก อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ถาโถม ทั้งกำลังซื้อ กำลังบริโภคภายใน ปัจจัยภายนอก ที่คุมไม่ได้อย่างสงครามการค้า เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะขาลง เครื่องยนต์สำคัญผลักดันเศรษฐกิจไทยชอร์ตหมด แม้แต่การท่องเที่ยว

ถือว่าหนักเอาการ น่าเป็นห่วงเป็นที่ยิ่งว่า รัฐบาลทหารชุดเดิมที่มาในแพคเกจใหม่ จะเอาอยู่หรือไม่

มองทะลุผ่านฝีมือบริหารรัฐบาลบิ๊กตู่1 คงพอมีคำตอบ

รัฐบาลจากการเลือกตั้งในอดีต เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มีที่นั่งในสภาล่างจำนวนสูงมาก และในระดับที่พอการันตี ไม่มีปัญหาให้ต้องพะวงในสภา

แต่ก็อยู่ไม่ได้

เนื่องจากบริหารไม่ได้เรื่อง

เสียงฝ่ายบริหารเป็นเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ โหวตกี่ครั้งก็ชนะก็จริง แต่แรงกดดันจากภายนอก ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหาร ทำให้แพ้ภัยตัวเอง ต้องแก้ปัญหา ด้วยการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสิน

รัฐบาลบิ๊กตู่เสียงปริ่มน้ำ โหวตแต่ละครั้ง อาจทุลักทุเลบ้าง แต่ในระบอบประชาธิปไตย ชนะเสียงเดียวก็ถือว่า ชนะเท่ากัน กับเสียงโหวตถล่มทลาย

เสียงปริ่มน้ำอันตรายแน่นอน

แต่รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ก็ยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่ใช่เสียงข้างน้อย เริ่มต้นจากการแพ้

เสียงข้างมากน้อยก็อยู่ยาวได้ ถ้าบริหารเป็น ประชาชนโอบอุ้มหนุนหลัง

เพียงแต่การบริหาร ไม่ใช่จุดขาย จุดแข็งของรัฐบาลบิ๊กตู่1

เมื่อแปลงสภาพจากเรือแป๊ะ ต่อยอดเป็นเรือเหล็ก อาจจำเป็นต้อง หาจุดร่วมวาระแห่งชาติอันเป็นความเห็นพ้องของสังคมว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เห็นถึงความจำเป็นว่า รัฐบาลมีภารกิจแก้ไขให้ลุล่วง

จำเป็นต้องอยู่ต่อ ช่วงระยะเวลาแน่นอนหนึ่ง

รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นหนึ่ง แต่นายกฯคงไม่ทุบทิ้ง ทำลาย ดีไซน์ข้อได้เปรียบนี้

ถ้าไม่ใช่รัฐธรรมนูญ นโยบายการเมืองแล้วจะเป็นนโยบายพิเศษโดนใจอะไร

เศรษฐกิจหรือ?!

นี่ย่อมเป็นเรื่องจุดขาย เป็นเรื่องท้าทายกัปตันเรือเหล็ก-กินน้ำลึก

จำเป็นต้องขุดร่องน้ำ ให้เรือแล่นฝ่าข้ามได้

โมเดลบริหารเก่า แบบรัฐราชการไม่น่าเอาอยู่ ไปรอด!