จากกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 27 ปี นักกิจกรรมการเมือง ถูกดักทำร้ายเป็นครั้งที่ 2 อาการสาหัส โดยยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ มีบาดแผลศีรษะแตกต้องเย็บ 8 เข็ม ดั้งหัก เลือดคั่งในเบ้าตา ตาสองข้างไม่เท่ากันโดยตาขวาปูดออก และยังต้องเฝ้าระวังเรื่องกระทบกับประสาทตา รวมถึงมีการตอบสนองช้าลง โดยเข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่รพ.นวมินทร์ 1 ก่อนส่งตัวไปรักษาที่รพ.มิชชั่น และล่าสุดเข้ารับการผ่าตัดจมูกที่รพ. รามาธิบดีนั้น
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายสิรวิชญ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีคนสอบถามผมมากมาย ถึงอาการของผมล่าสุด หลังจากได้รับการรักษา ก็ขอแจ้งว่า ค่อยๆ “ดีขึ้น” ตามลำดับ ในส่วนของอาการเรื่องตา ที่มีคนเป็นห่วงมากนั้น ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปี ในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ คาดว่าอีกไม่กี่วันนี้ ผมคงจะกลับไปพักฟื้นทำการรักษาตัวที่บ้านเป็นลำดับต่อไป
ส่วนในเรื่องทุนการเรียนต่อที่อินเดีย ที่มีพี่ๆเพื่อนๆ สอบถามกันมากมายอีกประเด็นหนึ่งนั้น ก็ขอบอกขณะนี้ ผมได้ทำการประสานเพื่อเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากต้องรักษาสุขภาพตาให้ดีกว่านี้ ซึ่งหากเป็นไปได้ ผมก็ไม่อยากเสียโอกาสตรงนี้ไป เนื่องจากว่าผมเป็นคนเดินเรื่องด้วยตัวเองมาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ ก็สุดแล้วแต่ดุลพินิจ และความเหมาะสม ของผู้พิจารณาให้ทุน เพื่อไม่ให้ไปเบียดโอกาสของผู้อื่นมากเกินไป
ต้องขอบคุณทุกๆท่าน ที่มาเยี่ยมกันอย่างไม่ขาดสายในทุกๆวัน ทั้งการเดินเรื่องเรียกร้องความยุติธรรม หรือช่วยเหลือในทุกๆด้าน รวมทั้งเรื่องทางคดีความต่างๆ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
โดยเรื่องนี้ ผมคงต้องฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำหน้าที่คลี่คลายเรื่องนี้โดยเร็ว ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นจ่านิวเป็นผู้ถูกกระทำ แต่นี่มันคือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป
และถ้าหากท่านไม่สามารถคลี่คลายเรื่องนี้ ความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เปรียบเสมือน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก็จะลดลง จนกระทั่งหมดความเชื่อมั่นไปเลยในอนาคต ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
ผมยืนยันอีกครั้ง ไม่ควรมีใครในประเทศนี้ ถูกทำร้ายด้วยวิธีการที่ป่าเถื่อน รุนแรง ไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ครับ
นิว สิรวิชญ์ : (เพื่อนพิมพ์ให้)

