สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว เยาวชนนักกิจกรรมทางการเมืองผู้มีหัวจิตหัวใจใหญ่ยิ่งกว่าคนมีอาวุธบางคนออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว พร้อมกับ “ไม่ขอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองความปลอดภัยในฐานะพยาน”
เพิ่งจะได้ทราบทั่วกันว่า “การคุ้มครองพยาน” ในประเทศนี้จะต้องแลกมาด้วย “เสรีภาพ” !
น้องจ่านิว ถูก 4 โจรรุมตีอาการปางตายจนเกือบกลายเป็นคนพิการ
ไม่มีสาเหตุเรื่องอื่นใดนอกเสียจากการแสดงออกทางการเมืองที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร !!
ถูกตีกี่ครั้งๆ ตำรวจก็ยังติดตามจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ พร้อมๆ กับมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังและผู้ลงมือ
มาคราวนี้จ่านิวโดนหนักสุดจนไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตอีกต่อไป
มีตำรวจยื่นเงื่อนไข ถ้าจะให้คุ้มครองจะต้อง “ไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก”
การคุ้มครองพยาน การให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับประชาชนในประเทศไทยสมัยนี้ต้องแลกกับการสูญเสียอิสรภาพทางความคิดและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
น่าสงสัยในสิ่งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย”
ใช่หรือไม่ที่ในรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้
“ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง”
ใช่หรือไม่ที่ในรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้
“ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดเพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน”
การเมืองคืออะไรกันแน่
ทำไมต้องห้ามยุ่ง !
ฝ่ายบริหารเป็นเพียงกลุ่มคน “คณะหนึ่ง” ที่กุมอำนาจรัฐ เหตุใดจึงอุกอาจถึงกับ “ห้าม” หรือ “ขอร้อง” เชิงบังคับไม่ให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าไปยุ่งเกี่ยว เคลื่อนไหวทำกิจกรรมหรือวิพากษ์วิจารณ์การเมือง
อำนาจอธิปไตยเป็นเรื่องการเมือง
อำนาจการเมืองเป็นอำนาจของประชาชน ในระบบตัวแทนอำนาจถูกใช้ผ่านผู้ที่ถูกเลือกหรือผู้แทนของปวงชนชาวไทย แล้วเหตุใด “ปวงชนชาวไทย” จึงไม่สามารถข้องเกี่ยว วิพากษ์ ตรวจสอบ หรือแสดงออกทวงถาม
เหตุใด “รัฐ” ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่สุจริตชนทั้งปวงจึงบังอาจ “ตั้งเงื่อนไข”
ให้คุณหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อน แล้วรัฐจะ “คุ้มครอง”
กล่าวอีกนัยยะหนึ่ง นี่คล้ายๆ กับการคุกคามข่มขู่
ตราบเท่าที่คุณยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาล “ไม่รับประกันความปลอดภัย” !?!!

