“เสี่ยหนู” ชี้ รัฐบาล ต่อให้มีร้อยพรรค ถ้าไม่อิจฉากัน ก็ไม่มีปัญหา

“เสี่ยหนู” ชี้ รัฐบาล ต่อให้มีร้อยพรรค ถ้าไม่อิจฉากัน ก็ไม่มีปัญหา บอก ต้องยอมรับนโยบายของพรรคร่วมทั้งหมด

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่หอประชุมทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขว่า หลังจากเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้วก็สามารถทำหน้าที่ได้เลย โดยพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบ 3 กระทรวง ทั้งสาธารณะสุข การท่องเที่ยวและกีฬา และช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะเร่งผลักดันในทุกนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เช่น ในด้านสาธารณะสุข ประกอบด้วยการยกระดับอาสาสมัครสาธารณะสุข(อสม.) ยกระดับการบริการในสถานพยาบาล ยกระดับการศึกษาทางด้านแพทย์ ให้บรรจุเข้าทำงานได้เลย อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลนี้จะประกอบด้วย 19 พรรคการเมือง แต่ก็เชื่อว่าสามารถทำงานได้ หากทุกคนทำงานตามหน้าที่ตัวเอง ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่อิจฉากัน ต่อให้มีถึงหนึ่งร้อยพรรค ก็สามารถทำงานได้ โดยพรรคการเมืองต่างๆจะต้องยอมรับนโยบายของกันและกัน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ทั้งของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับนโยบายการผลักดันกัญชาที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ฝ่ายความมั่นคง ฯลฯ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีความชัดเจนแล้วว่า จะผลักดันกัญชา การจะเป็นรัฐบาลด้วยกัน จะต้องช่วยกันทำงาน และเรามีเหตุผลดี ที่จะขอความร่วมมือหน่วยราชการ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีหน่วยราชการใดต่อต้านนโยบายของฝ่ายการเมืองเลย ส่วนตัวไม่กดดันกับการผลักดันนโยบายกัญชา เพราะถือเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ทุกอย่างถ้าใช้อย่างไม่ถูกวิธี ก็ถือเป็นโทษทั้งนั้น

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับนโยบายของกระทรวงสาธารณะสุขวางแผนเอาไว้ว่าจะมีการประเมิณเพื่อปรับปรุงในทุก 3 เดือน โดยพิจารณาว่า มีสิ่งใดบ้างที่ผลักดัน สำเร็จและไม่สำเร็จ โดยมีการปฎิบัติที่เป็นรูปธรรม เชื่อว่าผลจากการทำงานจะเป็นบวกแน่นอน ทั้งนี้ทุกปัญหาของประชาชนถือเป็นปัญหาเร่งด่วน โดยรัฐบาลนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยตนและเลขาธิการพรรค ไม่ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. แม้จะเป็นรัฐมนตรีด้วย เพราะถือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ต้องให้ความสำคัญทั้งงานฝ่ายนิติบัญญัติ และบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนคนอื่นในพรรคที่ได้เป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.

บทความก่อนหน้านี้“ปิยบุตร” บอก เห็นโฉมหน้าครม.ใหม่ คล้าย ถอยหลัง 41 ปี ย้อนถึงยุคป๋าเปรม
บทความถัดไปวิป 7พรรคฝ่ายค้าน แตะมือเดินสายอภิปรายนอกสภา ล็อกเป้า รมต.มีคดี-ปฏิรูปกองทัพ-แก้รธน.