คณะกรรมการมรดกโลก ตีกลับข้อเสนอของตัวแทนประเทศไทยที่พยายามผลักดันกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งอยู่ในเขต 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รวมพื้นที่ 2.9 ล้านไร่ให้เป็นมรดกโลก โดยให้ไปทำข้อมูลเพิ่มเติม 3 ประเด็น ซึ่งมีทั้งเรื่องการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับเมียนมา และเรื่องสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมอยู่ด้วย สำหรับประเด็นหลังคือ เหตุการณ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ซึ่งเกิดเรื่องใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2554 เจ้าหน้าที่อุทยานเผาทำลายบ้านและยุ้งฉางเกือบ 100 หลังของชาวกะเหรี่ยง นำมาสู่การร้องเรียนและดำเนินคดี
การใช้ความรุนแรงในครั้งนั้น ส่งผลกว้างไกลกว่าเกินคาดคิด และบานปลายกลายเป็นการสังหารผู้ที่ลุกขึ้นมาทักท้วงการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ วันที่ 10 กันยายน 2554 นายทัศน์กมล โอบอ้อม อายุ 55 ปี ถูกคนร้ายขับรถประกบถล่มยิงเสียชีวิต นายทัศน์กมล มีบทบาทเป็นผู้ประสานงาน ออกโรงเคลื่อนไหวช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงที่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง เพื่อผลักดันออกจากถิ่นที่อยู่อย่างไร้มนุษยธรรม ต่อมาวันที่ 17 เมษายน 2557 บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ แกนนำการต่อสู้เรียกร้อง หายตัวไป โดยก่อนหน้านั้น มีคนเห็นอยู่กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ด่านมะเร็ว ปากทางเข้าหมู่บ้านโป่งลึก บางกลอย ภรรยาของบิลลี่ยังติดตามทวงถามความเป็นธรรมอยู่จนกระทั่งบัดนี้
ชุมชนกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจาน มีหลักฐานระบุว่าอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมายาวนานเกินร้อยปีก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน มีลักษณะพิเศษ คืออยู่อย่างเคารพผืนป่า ทำมาหากินโดยไม่ทำลาย และยังช่วยดูแลเอาไว้จนถือเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก การขับไล่ชุมชนด้วยวิธีการรุนแรงถือเป็นความผิดพลาดที่ยังไม่มีการให้ความเป็นธรรมอย่างเหมาะสม และบัดนี้ได้กลายเป็นอุปสรรคสำหรับป่าแก่งกระจานที่จะเป็นมรดกโลก และเป็นข่าวที่ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย รัฐไทยจำเป็นต้องแก้ไขให้ความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสีย และสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องถือเป็นบทเรียนราคาแพง ที่จะให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้เป็นอันขาด

