ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 62 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม โพสต์เฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ- ไอติม – Parit Wacharasindhu เรื่อง “ความจริง ประวัติศาสตร์ลำพูนเรายาวนานกว่าเชียงใหม่เกือบ 2 เท่า”
โดยระบุว่า ประโยคของชาวลำพูนคนหนึ่งที่แอบแฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่จังหวัดที่ถูกมองว่าไม่ใช่ “เมืองใหญ่” ต้องเจอ ในการหาจุดเด่นของตน เพื่อดึงดูดธุรกิจ การลงทุน หรือนักท่องเที่ยว ที่ท้ายสุดจะแปรรูปมาเป็นรายได้และงานให้คนในจังหวัด
การใช้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นจุดดึงดูดเป็นอะไรที่ไม่ง่าย เนื่องจากที่ผ่านมา ในสายตาของนักท่องเที่ยว วัดหรือโบราณสถานต่างๆที่ลำพูนอาจไม่ได้ดูแตกต่างจากที่หาได้ที่เชียงใหม่อย่างมีนัยสำคัญ พอจะชูเรื่องกีฬาที่จังหวัดลำพูนมีทีมที่ประสบความสำเร็จ (เช่น พายเรือคายัค) ก็กลายเป็นว่าสถานที่แข่งขันหรือฝึกซ้อมหลักของทีมอยู่ที่เชียงใหม่อีก
ในความเห็นของเขา ในขณะที่เชียงใหม่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เขาอยากใช้ความไม่พลุกพล่านของลำพูนให้เป็นประโยชน์ ด้วยการพัฒนาให้ลำพูนเป็น “เมืองผู้สูงอายุ” สำหรับคนหลังวัยเกษียณ แต่นอกจากการสร้างระบบสาธารณสุขและอารยสถาปัตย์เพื่อรองรับแล้ว การสร้างความเข้าใจกับคนภายนอกว่าผลกระทบของนิคมอุตสาหกรรมอาจไม่สูงเท่าที่หลายคนคิด (เพราะอยู่ห่างจากเมืองพอสมควร) จึงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ
การหาจุดเด่นของแต่ละจังหวัด จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการกระจายโอกาสทั่วประเทศ และจะทำได้ต่อเมื่อคนในพื้นที่มีอำนาจในการจัดการตนเองมากขึ้น

