หน้าแรก การเมือง จุติ ถือฤกษ์ส...

จุติ ถือฤกษ์สะดวก เข้ากระทรวงพม. 22 ก.ค. ชี้ฟังราชการ-วางแผนแม่บทผู้สูงอายุ

18.07.19 | 15:01 น.

จุติ ถือฤกษ์สะดวก เข้ากระทรวงพม. 22 ก.ค. ชี้ฟังราชการ-วางแผนแม่บทผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมาร่วมพิธีประกาศรางวัลเกียรติคุณสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดพม. เป็นประธานในพิธี

นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจเขา เรื่องนี้ผมเห็นความสำคัญ เพราะผมมองว่าผู้ชายเป็นครึ่งหนึ่งของศักยภาพของประเทศ ผู้หญิงก็คืออีกครึ่งของศักยภาพของประเทศ ที่ผ่านมาอาจจะยังใช้ได้ไม่เต็มที่ หากเราดึงศักยภาพออกมาให้มากๆ ก็คงดี ไม่เฉพาะเพียงแต่ภาคธุรกิจเท่านั้น ต้องไปถึงภาคการเมืองท้องถิ่นระดับประเทศด้วย เพราะเชื่อว่าผู้หญิงมีความเข้มแข็ง ละเอียดอ่อน มีพลัง ที่ไม่ค่อนหวั่นไหว นี่เป็นสิ่งที่ซ่อนไว้และยังใช้ไม่ค่อยคุ้มค่า

เมื่อถามถึงกำหนดการเข้ากระทรวงนั้น นายจุติกล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ โดยถือฤกษ์สะดวก ซึ่งจะเข้าไปรับฟังก่อน ว่ามีปัญหาและแผนการอะไร สิ่งที่ต้องทำด้วยกันมีอะไรบ้าง ต้องไปด้วยกันทั้งภาคการเมือง รัฐและภาคประชาชน ผมเองมาจากภาคประชาชนก็จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร ก็จะได้ตั้งพิกัดให้กระทรวงเดินไปตามทาง

สำหรับนโยบายที่จะผลักดันภายหลังเข้ากระทรวงนั้น นายจุติ กล่าวว่า มีเยอะ เรื่องแรกคือผู้สูงอายุ เพราะประเทศไทยเริ่มเข้าสังคมผู้สูงอายุแล้ว หากไม่เตรียมอะไรไว้ อีก 15-20 ปีจะเกิดวิกฤต ฉะนั้นต้องไปดูว่าเราจะรับมือวิกฤตอย่างไร ก็ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและทำศึกษาเรื่องนี้จากหลายๆภาคส่วน รวมทั้งมหาวิทยาลัย ก็จะมาทำแผนแม่บท ก็ได้เรียนท่านปลัดแล้ว ก็ถือว่าโชคดีที่ได้ปลัดมาทำงานตรงนี้ ถูกที่ถูกเวลา ที่จะนำงานนี้ไปบูรณาการเพื่อผู้สูงอายุ ในทุกมิติ เพราะอีกไม่กี่ปีก็จะเป็น 1 ใน 3 ของประเทศไทยแล้ว ต้องพร้อมรับมือ ขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่มีความท้าทายอีกมากให้เร่งทำงาน

“และผู้หญิงคือส่วนสำคัญที่จะผสานทั้ง 2 ฟากเข้าไว้ด้วยกัน สิ่งที่เห็นคืออยากให้ลงไประดับล่าง ผู้หญิงเก่งๆ ที่ขาดแนว แต่มีความสามารถก็อยากให้ผลักดัน”

Advertisement

เมื่อสอบถามถึงการเดินทางไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นายจุติ กล่าวว่า พอดีคิดถึงคุณพ่อ คิดทีไรก็ต่อมน้ำตาแตกขึ้นมา