บทนำ : แถลงนโยบาย 25ก.ค.62

มาตรา 162 รัฐธรรมนูญ ปี 2560 บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนํามาใช้จ่ายในการดําเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดําเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จําเป็นก็ได้ นี่คือเหตุผลที่ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องจัดทำนโยบายและประสานกับรัฐสภาเพื่อแถลงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา รับทราบ ซักถาม

นโยบายที่รัฐบาลแถลงนั้นมี 12 ด้าน และ 12 นโยบายเร่งด่วน โดยได้ประสานงานกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มีกำหนดการแถลงนโยบายรัฐสภาวันที่ 25 ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม แม้ก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้าน 7 พรรคจะเคยขอใช้เวลาการอภิปรายซักถาม 3 วัน คือวันที่ 24 ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม แต่นายชวนยืนยันที่จะให้เริ่มต้นวันที่ 25 กรกฎาคม ส่วนการอภิปรายหากใช้เวลา 2 วันไม่เพียงพอก็ไม่ขัดที่จะขยายเวลา ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านได้กำหนดประเด็นการอภิปรายไว้ 6 ด้าน พร้อมกันนั้นยังจะอภิปรายพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีจำนวน 14 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่ม 3 ป. กลุ่มรัฐมนตรีที่มีข้อครหาเกี่ยวกับคดีความ กลุ่มรัฐมนตรีที่มีคดีกบฏและล้มล้างระบบประชาธิปไตย และกลุ่มรัฐมนตรีที่ถือหุ้นสื่อ

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีที่อยู่ในเป้าหมายของฝ่ายค้านต่างรู้ตัวแล้วและพร้อมที่จะชี้แจง ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีก็ได้เก็บตัวฝึกซ้อมการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะการแถลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเผชิญหน้ากับสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีทั้งพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 เดิมอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นถือว่าวาระการแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เช่นเดียวกับวุฒิสภาก็สามารถอภิปรายนโยบายของรัฐบาลได้อย่างอิสระ

การแถลงนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยน่าจะเฝ้าติดตาม ดูว่านโยบายที่รัฐบาลจะทำตรงกับสิ่งที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลเคยหาเสียงเอาไว้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังจะได้เห็นการแสดงเหตุและผลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา การประชุมในช่วงเวลาดังกล่าว จะทำให้ประชาชนได้เห็นว่าใครทำเพื่อประชาชน ใครไม่ได้ทำ จะได้รู้ว่ารัฐบาลเจ้าของนโยบายมีความจริงใจต่อประชาชนมากน้อยเพียงใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เจ เจตริน’ ควง ‘เจ้านาย-เจ้าขุน’ เผยสถานะหัวใจ-วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นสามีแห่งชาติ!?!
บทความถัดไป“ยะลา”ศูนย์กลางการศึกษาแดนใต้ และความพร้อมก้าวเข้าสู่เมือง Sport City