เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่พรรคประชาชาติ(ปช.)นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคปช. ได้เชิญ นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไปให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของเศรษฐกิจไทย การส่งออกและการลงทุน รวมถึง เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้ส.ส.พรรคปช.ได้รับทราบข้อเท็จจริง รวมถึง นำข้อมูลที่ได้รับไปใช้อ้างอิง
นายพิชัย กล่าวว่านโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะนำเสนอต่อรัฐสภาดูเหมือนดี แต่ไม่มีสาระ ไม่เป็นรูปธรรม และจับต้องมิได้ อีกทั้ง มั่นใจว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย จะไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า 5 ปี ที่ผ่านมา รวมถึงอาจจะนำพาประเทศไปสู่สภาพของการล้มละลาย เพราะ 1. ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้และ GDP ของไตรมาสแรกที่โต 2.8 % เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าเป็น GDP ของบริษัทขนาดใหญ่ หรือ เป็น GDP ที่เติบโตของกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ 2.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯคงทำอะไรได้ไม่มากไปกว่างานแบบเดิมๆ และมักจะนำเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำและสงครามการค้ามาเป็นข้ออ้าง หรือ แก้เกี้ยวบังหน้าโดยตลอด ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม พม่า เขมร ฯลฯ ใช้สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา จนเกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเป็นผลให้ GDP ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ของเวียดนามเท่ากับ 6.76 % หรือ ของพม่าและเขมร โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 7 และ7.1 % ตามลำดับ
นายพิชัย กล่าวว่า 3.กลไกการปฏิวัติและการทำให้ได้มาซึ่งอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ สื่อมวลชนของญี่ปุ่น ยังชี้ให้เห็นว่าไทยมีระบบบริหารจัดการประเทศย้อนหลังไป 30 ปี 4. ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยก็คงไม่แตกต่าง หรือ อาจแย่ลงไปกว่าเดิมเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จดังแต่ก่อน 5. รัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการบางรายมีปัญหา 6. สิ่งที่อาจจะกลับมาพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ภายใต้บรรยากาศของความเป็น “ประชาธิปไตยแบบเผด็จการ” คือ ปรากฏการ “วันศุกร์หรรษา” การแนะนำให้อ่านหนังสือเชยๆ และตกยุค เป็นต้น


