เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่หอประชุมบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) นายชวน หลีกภัย เป็นประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเวลา 17.30 น. นางจิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปราย นโยบายรัฐบาล โดยระบุว่าการบริหารประเทศในช่วงการบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ กรณีสงครามการค้า ถ้ารัฐบาลฉลาด ไทยจะได้ประโยชน์จากสงครามการค้า ซึ่ง ถ้าดูการเติบโตของไทยนั้น ตกต่ำก่อนที่จะเกิดสงครามการค้าเสียอีก ปัญหาเศรษฐกิจของไทย จึงเกิดจากการบริหารของรัฐบาล ซึ่งไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่า ความรุนแรงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงขอถามว่ารัฐบาลให้น้ำหนักระหว่างอเมริกา กับจีน และมีแนวทางรองรับปัญหาอย่างไร ส่วนเรื่องการกีดกันการค้านั้น ขอแสดงความเห็นว่า อย่าว่าแต่สินค้าที่ถูกกีดกันเลย แต่สินค้าที่ไม่ถูกกีดกันรัฐบาลก็ไม่สามารถสนับสนุนการส่งออกได้ เช่นเรื่อง ปาล์ม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลไปเปิดเสรีตลาดโคเนื่้อ โคนม กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่จะสร้างผลกระทบอย่างมากกับเกษตรกรไทย ที่จะทำให้ไทยขาดทุนทางการเมือง ทำให้ธุรกิจฟาล์มโคเนื้อโคนมเสียหายได้
นางจิราพร กล่าวต่อว่า หลังการรัฐประหาร ไทยสูญเสียความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอย่างมาก อย่างในสหภาพยุโรป ที่มีการตัดความสัมพันธ์ความตกลงทางการค้ามามากกว่า 5 ปี นับตั้งแต่รัฐประหาร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม ที่ได้สิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้า ส่งออก ทำให้ตอนนี้เวียดนามได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีดีกว่าไทย โดยเฉพาะข้าว ที่ไทยเพิ่งเสียแชมป์ให้กัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ข้าวของเวียดนามกำลังได้เปรียบจากสิทธิพิเศษดังกล่าว การที่รัฐบาลจะทำการตกลงทางการค้า ก็ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตามที่รธน.กำหนด ทั้งนี้ รัฐบาลจากการรัฐประหารสร้างเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะด้านโอกาสทางเศรษฐกิจ จึงไม่เชื่อว่า รบ.นี้จะนำพาประเทศพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ

