‘โรม’ จัดหนัก 3 ป. ซัดนโยบาย รบ.เรื่องคอร์รัปชั่น เจอ พปชร.สกัด-ประท้วงยิบ 11 ครั้ง

25.07.19 | 20:24 น.

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่หอประชุมบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) นายชวน หลีกภัย เป็นประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง


ช่วงหนึ่ง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.อนาคตใหม่ ขึ้นอภิปราย กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่พูดต่อหน้านายกฯแล้วคาดว่าจะไม่ถูกควบคุมตัวไปที่ค่ายทหาร หรือในเรือนจำ ทั้งนี้ จำเป็นต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย ถ้อยคำในนโยบายที่แถลงดูดี แต่ขอย้ำเตือนว่า ครม.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่นี้ เป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญ เป็นรัฐบาลเดิมมาตั้งแต่ยึดอำนาจ

โดยวันแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามามีอำนาจ สิ่งแรกที่ทำคือการตั้งน้องชาย เพื่อน พวกพ้องบริวาร เข้ามาทำงาน ทั้งยังรับเงินเดือนสองทาง เดินละ 2.5 แสนบาท 5 ปี รับไป 13.5 ล้านบาท 2.ท่านปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นหลายกรณี เช่นการปล่อยน้องชายที่เซ็นให้ลูกจบนิเทศน์เป็นทหาร  รองนายกฯบินหรู ไปฮาวาย กินคาเวียร์

ทำให้ส.ส.พลังประชารัฐ ประท้วง ว่าเป็นการพูดเสียดสี ขณะที่ประธานขอให้ นายรังสิมันต์ พูดอยู่ในประเด็น อย่าเสียด

Advertisement

จากนั้นนายรังสิมันต์ กล่าวต่อ เรื่องนาฬิกาของ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีการยืมมามากมาย ทำให้ ส.ส.พลังประชารัฐ ประท้วงว่า คดีจบแล้ว ขอให้เลิกพูด อย่าเสียเวลา

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อ ว่า หนึ่ง ใน 3 ป. ยังมีการไปเซ็นสปก.ให้สร้างโรงแรม ทำให้นาย กรุง ศรีวิไล ประท้วง ว่าพูดไม่เหมาะสม ด้านรังสิมันต์จึงอ้างข้อบังคับว่า การพูดของตนอยู่ในข้อบังคับ

ก่อนกล่าวต่อว่า รัฐบาลถูกตั้งคำถามเรื่องคอร์รัปชั่นมากมาย แล้วท่านเขียนว่าจะส่งเสริมการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ขณะที่ตัวท่านเองยังแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้ ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย ประท้วงประธาน การที่นายรังสิมันต์ อ้างว่า อภิปรายตาม ข้อ 108 ประธานกรุณาวินิจฉัยให้ชัดเจนว่าจะอภิปรายลักษณะนี้ได้อีกหรือไม่ ซึ่งประธานตอบกลับว่า วินิจฉัยไปแล้วว่า คำพูดดังกล่าว เป็นการเสียดสี

ทำให้นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่พูดแล้วก็ได้ ปัญหาประเทศไทยตอนนี้ เมื่อรู้ว่ามีคอร์รัปชั่น แล้วจะทำอย่างไร เพราะการทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้วไม่สามารถเอาผิดได้ นายกรุงศรีวิไล จึงประท้วง ว่า ผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ พูดจาเสียดสีตลอดเวลา ขอให้มีความรู้จักที่ต่ำที่สูง สภาคือที่ขัดเกลาจิตใจ ถ้าหล่อไม่เท่าผมอย่ามาประท้วง

ด้านนายวิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.พลังประชารัฐ ขึ้นประท้วงอีกว่า ผู้อภิปรายพูดออกนอกประเด็น ผู้อภิปรายควรเอาอย่างเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่พูดดี น่าฟัง

จากนั้นประธาน วินิจฉัยว่าผิดข้อบังคับและอนุญาตให้พูดต่อ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรค อนาคตใหม่ ประท้วงว่าประธานทำตัวไม่เป็นกลาง เพราะผู้อภิปรายกำลังบอกว่าครม.มีปัญหาด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้ผิดอะไรเลย

จากนั้น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม  ส.ส.เพื่อไทย ประท้วงประธานว่า บรรยากาศที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะประธาน ที่เคยทำงานกับ สนช.มาตลอด ทำให้ควบคุมการประชุมไม่ราบลื่น โชคดีที่นายรังสิมันต์ ไม่สวนไม่งั้นก็มีปัญหายาว ควรตัดไมค์และวินิจฉัยให้จบ

นายรังสิมันต์ พูดต่อว่า 5 ปี ไม่เคยมีใครพูดกับครม. โดยตรง หลายท่านจึงอาจจะไม่พูด

ทำให้ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.พลังประชารัฐ ประท้วงว่า ผู้อภิปราย พูดวกวน แต่เรื่องคอร์รัปชั่น เช่นเดียวกับ นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กรุงเทพฯ พลังประชารัฐ ประท้วง ว่าพูดแต่คำว่าคอร์รัปชั่น ขอให้บันทึกไว้ด้วย พูดกี่ครั้งยังไง และรับผิดชอบที่พูดด้วย

นายรังสิมันต์ยังพูดต่อเรื่อง การจัดสัมมนาพรรคการเมืองบนรีสอร์ตที่รุกป่าอุทยาน ทั้งที่ที่ดินสปก.จะเน้นการมอบให้ชาวบ้านให้มีที่ดินทำกิน ทำไมจึงเลือกไปจัดงานที่รีสอร์ตที่มีการรุกที่ สปก.ทั้งหมดเพื่อจะบอกว่า ทำให้ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำเพื่อประชาชน พวกเขาเข้ามา สุดท้าย ขอถามคำถามว่าท่านจะยังคงรัฐประหารอีกหรือไม่?

ทำให้ นายกรุง ศรีวิไล ส.ส.พลังประชารัฐ ประท้วงต่อ ว่า ผิด ข้อ 43 เหมือนเดิม ก่อนบอกว่า ที่บอกว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ ถ้ามีรัฐประหารหรือไม่ ถ้านักการเมืองแบบนี้ มีครับ!