‘นฤมล’ มั่นใจนโยบาย รบ. ครอบคลุมทุกภาคส่วน ยันหมดห่วงเรื่องงบประมาณ

26.07.19 | 17:59 น.

‘นฤมล’ มั่นใจนโยบาย รบ. ครอบคลุมทุกภาคส่วน ยันหมดห่วงเรื่องงบประมาณ เหตุมีเงินสำรองระหว่างประเทศ-แหล่งเงินทุนที่เป็นรายได้ชัดเจน

น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชี้แจงก่อนอภิปรายร่างนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมว่า รัฐบาลหลายสมัยก็ทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น ปี 2547 รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร จัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกว่า 1 แสน 7 หมื่น 4 พันล้านบาท จึงอยากให้ข้อมูลอีกด้าน ไม่ใช่ดูเฉพาะรัฐบาลที่ผ่านมาเท่านั้น ส่วนนโยบายรัฐบาลชุดนี้ ส่วนตัวแบ่งเป็น 3 นโยบายแรกเกี่ยวกับการสร้างความมั่นคง อีก 4 นโยบายถัดมาพูดถึงนโยบายสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศทุกระดับตั้งแต่เศรษฐกิจมหภาคมาจนถึงเศรษฐกิจฐานราก และอีก 5 นโยบายเกี่ยวกับการสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ 4 นโยบายในการสร้างความมั่งคั่งนั้นครอบคลุมทุกภาคส่วน แต่แผนปฏิบัติการจะตามมาเช่นเดียวกับตัวชี้ว้ด

น.ส.นฤมลกล่าวว่า ส่วนข้อห่วงใยเกี่ยวกับความสามารถของรัฐบาลในเรื่องเงินงบประมาณดำเนินนโยบายนั้น รัฐบาลมีเงินสำรองระหว่างประเทศกว่า  2 แสน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่า 3.5 เท่าของหนี้ระยะสั้นของประเทศ ดังนั้น จึงไม่มีความเสี่ยงในวิกฤตเศรษฐกิจตามที่หลายฝ่ายกล่าวอ้างกัน หากพูดถึงภาระหนี้สาธารณะ วันนี้อยู่ที่ร้อยละ 42 ของจีดีพี ยังอยู่ในกรอบเพดานภาระหนี้ที่ต้องอยู่ไม่เกินร้อยละ 60  ขณะที่แหล่งที่มาของเงินทุนก็จะมาจากรายได้จากการเก็บภาษี เงินกู้ กองทุนรวม การร่วมทุนของภาครัฐและเอกชน เพิ่มศักยภาพของการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ ในส่วนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทำแล้วและเห็นผลแล้ว มีการระดมทุนมาแล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลนี้จะทำต่อ จึงหวังว่าจะได้ใช้ศักยภาพของแหล่งทุนในไทย ซึ่งมีมากมาพัฒนาประเทศร่วมกัน

“นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เราอาจจะมีกองทุนรวมที่จะมาสร้างการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลบรรจุในแหล่งเงินทุนแล้วเช่นเดียวกัน ส่วนการทำงบขาดดุลรัฐบาลชุดที่แล้วนำเม็ดเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อลงทุน และถ้ามองไปข้างหน้าไม่ต้องกังวล เพราะมี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 20 (1) ระบุชัดเจนว่า งบประมาณที่จะใช้ไปเพื่อรายจ่ายในการลงทุนจะต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่างบที่ทำการขาดดุลไว้ ซึ่งงบขาดดุลที่ทำไว้ต้องนำไปใช้เพื่อการลงทุนเท่านั้น ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกนำไปใช้แบบไม่เกิดประโยชน์” น.ส.นฤมลกล่าว