‘ทิม พิธา’ ชำแหละ นโยบายเกษตร เขียนเรื่องเดิมๆ แนะเปลี่ยนวิธีคิด ลำดับความสำคัญใหม่

26.07.19 | 18:53 น.

“พิธา” จัดเต็ม อภิปรายนโยบายเกษตร-ที่ดิน แนะ รัฐบาลติดกระดุม 5 เม็ดให้เกษตร ยก “ที่ดิน” สำคัญสุด พร้อมหนุน “กัญชาเสรี” แต่ห่วงเรื่องผูกขาด-ลักลอบ ด้าน “มท.1” ลั่น กล้าพูดได้เต็มอก ตระกูลไม่มีผลประโยชน์ซับซ้อนเรื่องที่ดิน

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่(อนค.) อภิปรายถึงนโยบายด้านการเกษตรและที่ดิน ว่า ปัญหาของนโยบายฉบับนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบาย แต่อยู่ที่มันเป็นนโยบายที่เขียนไว้แล้วเมื่อ 10-30 ปีที่แล้ว ซึ่งประเทศไทยพูดเรื่องการแปรรูป นวัตกรรม การประกันรายได้ หนี้สินการเกษตร การปฏิรูปที่ดินและชลประทาน แต่สำหรับเกษตรกรนั้น การทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้ อยู่ที่รายละเอียด การปฏิบัติ และความจริงใจในการแก้ปัญหา

นายพิธากล่าวว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่องนั้น เมื่อได้อ่านทั้งหมด ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอภิปรายแต่ละนโยบายโดยไม่เชื่อมโยงกัน และเมื่อดูที่นโยบายก็พบว่า มันไม่อยู่ในระนาบเดียวกัน บางปัญหาเป็นต้นเหตุ บางปัญหาเป็นปลายเหตุ ดังนั้น จึงต้องเรียงลำดับความสำคัญ โดยในมุมมองของตน ที่ดินคือคอขวดของปัญหาเกษตรกรรมเกือบทั้งหมด ที่ดินคือกระดุมเม็ดแรกที่ถ้าเราติดผิด จะไม่สามารถแก้ปัญหาอื่นๆได้อย่างยั่งยืน การที่เกษตรกรไม่มีที่ดินของตัวเอง ทำให้เขาไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีโฉนด ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการเงินได้ ต้องออกไปกู้นอกระบบ เมื่ออยู่ในวงจรหนี้ จึงต้องจดจ่ออยู่กับการรีบใช้หนี้ ทำให้เกษตรกรต้องการความแน่นอนในการทำงาน จึงต้องปลูกพืชเชิงเดี่ยวซ้ำๆ ใช้วิธีการที่ถูกที่สุด ต้องใช้สารเคมีเยอะๆ เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพแน่นอน กลายเป็นปัจจัยในการถูกกดดันราคา เมื่อเอาปัญหาทั้ง 3 กระดุมมารวมกัน ทำให้เกษตรกรไทยมีต้นทุนสูงแต่มีราคาต่ำ ไม่สามารถมีเงินออม ไม่สามารถมีกระแสเงินสดที่จะแปรรูปหรือสร้างนวัตกรรมได้ เมื่อมีโอกาสเรื่องการท่องเที่ยวทางการเกษตร พวกเขาก็ไม่สามารถพัฒนาตัวเองจากผู้ผลิตสินค้าการเกษตรเป็นผู้ให้บริการด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวได้

นายพิธากล่าวว่า ดังนั้น ตนขอเสนอแนะทางออกของปัญหาซึ่งเปรียบเป็นกระดุม 5 เม็ดที่ต้องติดให้เกษตรกรไทย โดยกระดุมเม็ดแรกคือที่ดิน ซึ่งในประเทศไทยมีลักษณะกระจุก เหลื่อมล้ำ มีความไม่ชอบธรรมในการใช้กฎหมาย 90 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินถูกครอบครองโดยคนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ชาวนากว่า 45 เปอร์เซ็นต์ยังต้องเช่าที่ดิน ยังไม่รวมถึงนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่เปิดโอกาสให้นักลงทุน แต่ทำไมจึงไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับประชาชนที่แค่อยากจะมีที่ดินเป็นของตัวเอง เราจะมีเขตสังคมพิเศษบ้างได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งข้อเสนอสำหรับเรื่องนี้ คือขอให้ยุติข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนที่ต้องการมีที่ดิน และการรับรองสิทธิชุมชนให้เขามีไฟฟ้า ประปา รวมถึงแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำด้วยการรับรองสิทธิ

นายพิธากล่าวว่า กระดุมเม็ดที่ 2 คือเรื่องหนี้สินการเกษตร ทุกวันนี้เกษตรกรมีรายได้ต่อหัว 57,000 บาทต่อปี กว่า 40 เปอร์เซ็นต์มีหนี้สินมากกว่า 2 เท่าครึ่ง ถ้าเราไม่ติดกระดุมเม็ดแรกให้เขา จะพักหนี้กี่ปีเขาก็กลับมาเป็นหนี้อีก ข้อเสนอของตนคือ การสร้างระบบการสร้างเครดิตทางเลือก โดยใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าและระบบดิจิทัล กระดุมเม็ดที่ 3 คือเรื่องสารเคมีและการประกันราคาพืชผล ประเทศไทยนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรเป็นอันดับ 4 ของโลกทั้งที่พื้นที่เพาะปลูกเป็นอันดับที่ 48 จากเดิมที่ประเทศไทยเป็นประเทศ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” กลายเป็น “ในน้ำมีปลา ในนามีหนี้” ข้อเสนอแนะของตนคือ นโยบาย Green China โดยการตั้งธนาคารชีวภาพ ส่วนเรื่องประกันราคา ตนเป็นห่วงบางเรื่อง เช่น ความเหลื่อมล้ำในการจ่ายค่าชดเชย กระดุมเม็ดที่ 4 คือเรื่องการแปรรูปและนวัตกรรม งบประมาณเฉลี่ยในการอุดหนุนอยู่ที่หนึ่งแสนล้านบาท แต่งบประมาณสำหรับการวิจัยอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท รัฐจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร และสุดท้าย กระดุมเม็ดที่ 5 คือการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร ข้อเสนอคือ หากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นเกษตรกรตัวจริง ต้องสามารถทำให้เขาทำการท่องเที่ยวเชิงการเกษตรได้

Advertisement

“ส่วนเรื่องกัญชา ขอพูดในฐานะผู้ป่วยคนหนึ่ง เคยมีประสบการณ์การใช้ มองว่ากัญชามีคุณค่ามากกว่ามูลค่า เชื่อว่าไทยเป็นฮับของกัญชาทางการแพทย์ได้ แต่เป็นห่วงเรื่องการป้องกันการผูกขาดเรื่องกัญชา ห่วงว่าคนไทยต้องนำเข้ากัญชาจากต่างประเทศ และห่วงว่าจะมีทุนใหญ่สกัดสารซีบีดีจากกัญชา แต่ประชาชนไม่มีสิทธิ์ปลูก คำถามต่อคณะรัฐมนตรีคือทำอย่างไรเพื่อผลักดันกัญชาทางการแพทย์ให้ไทยเป็นเบอร์ 1 ของเอเชีย โดยไม่มีการลักลอบ ใบ้ง่ายๆว่าส่วนใหญ่เวลาเขาปลูกกับแปรรูป ต้องอยู่ใกล้กัน ไม่แยกกัน การลักลอบจะได้ไม่เกิดขึ้น” นายพิธากล่าว

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า เรื่องโฉนดที่ดิน ประเทศไทยเราได้ดูแลเกษตรกร โดยให้ที่ดินส.ป.ก.ซึ่งเรามีที่ดินรกร้างว่างเปล่า เกษตรกรสามารถเข้าไปทำได้เลย ซึ่งที่ดังกล่าวสามารถออกโฉนดได้ สำหรับที่อื่นๆที่มีเจ้าของ เช่นที่ป่าสงวน เราก็มีกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลชุดนี้ เป็นอีกช่องทางที่สามารถทำกินได้ และเราก็ปลดล็อกให้ทั้งประเทศ แต่อยู่ที่ว่าจะไขที่ไหนให้เ เป็นสิทธิของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ไม่ใช่ให้ใครก็ได้ ขออย่างเดียว เขาให้ไปแล้วก็อย่าเอาไปขาย ตนพูดได้เต็มอกว่าตระกูลตนไม่มี ปู่ตนไม่มี มีแต่ที่บนบ้าน ยืนยันตนไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง กล้าพูดได้เลยว่าตนไม่มี และกล้าพูดว่าที่ส่วนหนึ่งสงวนไว้ให้คนทั้งชาติ