ยิ่งดึกสภาฯยิ่งเดือด! ส.ส.พลังประชารัฐ ซัด พวกหนีคดี มาโต้แทน“อุตตม” คดีกรุงไทย ด้าน “สุทิน” แฉ ถนนยางพารา ล็อกสเปก บริษัทซื้อยาง
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่หอประชุมทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 2 เวลา 20.55 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ประเทศไทยกำลังป่วย ในเดือนตุลาคม รัฐบาลจะมาขอเงินไปซื้อยาแล้วในการของบประมาณประจำปี ถ้ารักษาอาการหาย ชาวบ้านก็ให้ท่านเป็นหมอต่อไป แต่ถ้ารักษาไม่หาย ก็ต้องไล่ท่านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนจับอาการป่วยมีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ดูแล้วรัฐบาลคงรักษาให้หายลำบาก เกิดจากไม่ยอมเอ็กซเรย์อาการป่วยที่เเท้จริงก่อนจะรักษา เพราะไม่ยอมรับความจริงว่า ชาวบ้านลำบากเศรษฐกิจตกต่ำ บวกกับความสามารถที่บริหารมา 5 ปีที่ผีมือของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯดูแล้วฝีมือดูดี ไปเน้นเรื่องการลงทุนอีอีซี เสมือนเป็นความหวังที่จะใช้ชุบชีวิตคนไทย แต่กลับล้มเหลว เพราะไม่กระจายรายได้ นำมาสู่ความเหลื่อมล้ำ เปรียบเทียบการบริหารเศรษฐกิจกับรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแล้ว รัฐบาลนี้ตกต่ำที่สุด มุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ปากท้องชาวบ้านคนละเรื่อง ชาวนาหนี้สินล้นตัวท่วมหัว บอกท่องเที่ยวดีแต่ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ กลับซบเซา คืออันเดียวกับการแก้ปัญหายากจนเเละความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น
“ที่ผ่านมารัฐบาลทำงบขาดดุลมา 5 ปี แล้วจะรับประกันได้หรือไม่ว่า จะไม่ทำงบขาดดุลอีก หนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดรายได้ ที่บอกว่า ชาวบ้านกู้มากขึ้น แต่ถามว่า ท่านทำอะไรอยู่ ราคาสินค้าเกษตรตกทุกตัว ราคาข้าวสูงขึ้นจริง แต่ขึ้นเพราะไม่มีข้าวจะขาย เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา ท่านไม่ให้ทำนาปรัง เพราะไม่มีน้ำ ขณะทำทั้งนาปี นาปรังยังมีหนี้ท่วมหัว แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร รัฐบาลยังกดทับเราด้วยภาษีอย่างเลือดเย็น ขึ้นภาษีไม่น้อยกว่า 5 รายการ แถมยังรับภาษีทางอ้อม เพราะของแพงขึ้นทุกวัน ถามนายกฯว่า จะเอาอย่างไรกับภาษีเหล่านี้ นอกจากนี้ยังมีภาษีแอบแฝง เช่น กรมธนารักษ์ ที่ยกราคาประเมินราคาที่ดิขึ้นทุกปี แค่คิดจะโอนที่ดินให้ลูกหลายยังทำไม่ได้ เพราะราคาแพงเท่ากับซื้อใหม่ กรณียางพาราก็เช่นกัน รัฐบาลสนับสนับให้นำยางไปทำถนน แต่การยางแห่งประเทศไทยได้ทำให้หนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าฯ และท้องถิ่นให้ซื้อยางกับ 3 บริษัทเท่านั้น เป็นการล็อกสเปก แต่ปรากฏว่า 3 บริษัทอยู่บ้านเดียวกัน ท้ายที่สุด ทำความเข็มแข็งของเกษตรกรเสียเอง สุดท้ายงบประมาณ 1.6 หมื่นล้านก็ตกอยู่กับ 3 บริษัทเท่านั้น จึงขอไปจัดการซะจะเจอกันอีกทีตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายสุทิน กล่าว
“ความแตกแยกในสังคมเป็นสงครามสีเสื้อจนเป็นข้ออ้างให้ท่านเข้ายึดอำนาจ ก็มีมูลเหตุจากความเหลื้อมล้ำจนทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้น การเมืองไทยเป็นปมด้อย เพราะมีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร นายกฯไปเจรจาในเวทีโลกก็เป็นปมด้อย ทำให้บ้านเมืองมีปมด้อยไปด้วย 5 ที่ผ่านมา อียู 28 ประเทศไม่เจรจาค้าขายกับเรา เลือกตั้งเสร็จแล้วก็คิดว่า น่าจะดีขึ้น แต่กลายเป็นว่า เลือกตั้งเสร็จได้นายกฯสื่อนอกก็ยังไม่เชื่อถือ ทั่วโลกรู้ว่า เลือกตั้งเป็นอย่างไร ชอบธรรมหรือไม่ อยู่ได้นานแค่ไหน มีที่ไหนมีรัฐบาล 19 พรรคมากที่สุดด้วยซ้ำ”นายสุทิน กล่าว และว่า ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้น เพราะราคาถูก อีกไม่เกิน 10 ปีกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. ส.ส.ไปจนถึงรัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบังลังก์ก็อาจจะติดยากันหมด หรืออาจจะมีอยู่แล้วที่เป็นพวกขี้ยา หรือพ่อค้ายาก็ไม่รู้ ส่วนเรื่องกัญชา ตนอยากให้รัฐบาลเสนอข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุดว่า มีใครตายเท่าไหร่ มีโทษอย่างไร และอย่าอุปทานว่า น้ำมันกัญชาเป็นสิ่งดี เพราะกัญชาไม่ใช้มโหสถ ต้องระวังผลข้างเคียง เพราะกัญชาเป็นยาเสพติด ทำให้เด็กติดยาได้ เพราะสังคมไทยยังไม่มีภูมิคุ้มกันอย่างชาติตะวันตก และอย่าให้ทุกคนตกเป็นแมงเม่า และสุดท้ายไม่อยากให้กัญชาอยู่ในเมืองของใครตกอยู่ในมือคนๆเดียว ซึ่งส่วนตัวตนเห็นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ประชุมเริ่มตึงเครียด เมื่อนายสุทิน พาดพิงนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีส่วนร่วมปล่อยกู้เงินกรุงไทยให้กับเครือกฤษดามหานคร จึงทำให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. ลุกประท้วง และพาดพิงถึงอดีตผู้นำของพรรคเพื่อไทยที่กลายเป็นจำเลยหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงการทำหน้าที่ของนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานวุฒิสภา ฐานะประธานที่ประชุม โดยนายขจิต ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงการทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เพราะรู้เห็นเป็นใจกับการอภิปรายของส.ส.พรรครัฐบาล ด้านนายพรเพชร วินิจฉัยว่า อย่าซ้ำประเด็นที่อภิปรายถึงคุณสมบัติของนายอุตตม เพราะเป็นเรื่องซ้ำ

