สกู๊ปพิเศษหน้า 1 : เพื่อไทย PLUS ระดม ‘คนรุ่นใหม่’ ปรับ ‘เขี้ยว’ พรรค

28.07.19 | 08:08 น.

พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดตัวกลุ่มเพื่อไทยพลัส (PLUS) ไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เป้าหมายหลัก คือ การเสริมเขี้ยวเล็บให้พรรคเพื่อไทย ให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ ไล่ตั้งแต่การเปลี่ยนหัวหน้าพรรค มาเป็น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และมี “ผู้การป๊อป” น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. นั่งเป็นเลขาธิการพรรค พร้อมกับดึง ส.ส.เพื่อไทย รุ่นใหม่เข้ามานั่งในสัดส่วนคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มากขึ้น

โดยเพื่อไทยรุ่นใหม่ จะประกอบไปด้วย คนสามรุ่น คือ 1.รุ่นใหญ่ มากประสบการณ์ ผ่านการบริหารราชการที่สำเร็จมาแล้ว 2.รุ่นกลาง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ส.ส.หลายสมัย ที่เชี่ยวชาญในการทำงานในสภา 3.กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่มีทั้ง ส.ส.สมัยแรก ส.ส.สมัยสอง กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักวิชาการ Think Tank ของพรรค ที่นำความใหม่ และทันสมัย มาเสริมผนึกกำลังพรรค

 

Advertisement

 

สำหรับที่มาและการขับเคลื่อนของกลุ่มเพื่อไทยพลัสนั้น “ปุ๊น” ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ในฐานะเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส อธิบายว่า กลุ่มเพื่อไทยพลัสมาจากการรวมตัวของ คนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่ประกอบไปด้วย ส.ส.รุ่นใหม่ อดีตผู้สมัคร ส.ส. และกลุ่มนักวิชาการรุ่นใหม่ ที่ทำงานให้พรรค และสร้างสรรค์นโยบายมาด้วยกัน ทั้งหมดพบกันผ่านโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรภายในของพรรคในนาม Next Gen ซึ่งได้จัดมาจำนวน 2 รุ่น โดยมีแกนนำกลุ่ม อาทิ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ สุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม. จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส. เชียงใหม่ ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย ดร.อรุณี กาสยานนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ดร.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น

โดยกลุ่มเพื่อไทยพลัส ให้คำนิยามของกลุ่มว่าเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีความคิดก้าวหน้าของพรรค โดยมีอุดมการณ์แนวคิดที่ทันสมัย เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก และมีความเข้าใจต่อเศรษฐกิจยุคใหม่ และบริบทสังคม ณ ปัจจุบัน

 

 

ขณะที่โครงสร้างของกลุ่มเพื่อไทยพลัสนั้น “ตรีรัตน์” บอกว่า จะประกอบไปด้วยสมาชิกบุคลากรคุณภาพชั้นนำของพรรคจำนวนกว่า 70 คน ที่ประกอบไปด้วยคนในสภา และคนนอกสภา ตั้งแต่ ส.ส.สมัยแรกถึง ส.ส.หลายสมัย นักธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ นักกฎหมาย อาจารย์ และนักวิชาการด้านต่างๆ

ซึ่งผมขอบอกว่าโครงสร้างของกลุ่มเพื่อไทย PLUS นั้น จะไม่เหมือนโครงสร้างกลุ่มทางการเมืองอื่นๆ เพราะโครงสร้างของกลุ่ม ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน เราจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งเยอะๆ จนหน้าที่ซ้อนกันโดยเด็ดขาด ในกลุ่มเพื่อไทยพลัสได้มีกลุ่มคณะทำงาน ตามความชำนาญของผู้ชำนาญการด้านต่างๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการคัดสรรนโยบายที่ดีและตรงความต้องการที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความหลากหลายทางเพศ LGBTQi+ ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรม Smart Farming และ E-Sports เป็นต้น

ซึ่งการแบ่งภารกิจของเพื่อไทยพลัสในการขับเคลื่อนนั้น เลขาธิการกลุ่ม อธิบายด้วยว่า ภารกิจของกลุ่มเพื่อไทยพลัสจะถูกแบ่งออกเป็น 6 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ฝ่ายกิจกรรม ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายข้อมูลและสถิติ ฝ่ายกองโฆษก ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายที่ปรึกษา ซึ่งแต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนกลุ่ม โดยเฉพาะฝ่ายนโยบายที่จะแยกออกเป็น 6 คณะย่อยทำงานอีกที ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

1.สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความหลากหลายทางเพศ LGBTQi+

2.ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรม

3.เกษตร และ Smart Farming

4. ท่องเที่ยว กีฬา E-Sports

5.เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ การเงิน การคลัง

6.การคมนาคม การสื่อสาร เป็นต้น

 

โดยหัวหน้าคณะนั้นจะมาจากการคัดเลือกของสมาชิกในคณะทำงานด้านนั้นๆ ทางกลุ่มจะมีการโหวตหัวหน้าคณะทำงานด้านต่างๆ ภายในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ส่วนรองหัวหน้าด้านฝ่ายกิจกรรม ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายสถิติ กองโฆษก และฝ่ายที่ปรึกษา จะถูกเสนอชื่อผ่านประธานกลุ่ม เพื่อขอการรับรองจากสมาชิกในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ด้วย

เป้าหมายของพวกเราคือ การสร้างสรรค์นโยบายที่ตอบโจทย์มากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเพื่อคนเมือง ผู้ประกอบการธุรกิจใหม่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยขบวนการทำงานของเรานั้น จะขับเคลื่อนผ่านการรับฟังปัญหาผ่านเทคโนโลยี และการลงเก็บปัญหาตามกลุ่ม Focus Group ต่างๆ เพื่อมั่นใจว่าทุกนโยบายจากนี้ไปถูกกลั่นกรอง มาจากความต้องการของทุกกลุ่มอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ตามสโลแกน “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ”

ขณะที่การขับเคลื่อนและต่อยอดในทางการเมืองของกลุ่มเพื่อไทยพลัส “ตรีรัตน์” บอกว่า หลังจากนี้จะเห็นบทบาทการทำงานของกลุ่มเพื่อไทยพลัสมากขึ้นทั้งจากในสภาและนอกสภา โดยจะเน้นการทำงานในรูปแบบ “ทีม” เริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่รับฟังปัญหาการสำรวจปัญหา การทำวิจัย การนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา การนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการ และการตั้งกระทู้ถามในสภา เป็นต้น โดยมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างแน่นอน

“การรวมกลุ่มของเพื่อไทยพลัส คือการรวมกลุ่มของบุคลากรพรรคเพื่อไทยทั้งจาก ในสภา และ นอกสภา โดยจะไม่ทำงานแยกออกจากกัน ยกตัวอย่างเช่น 1.รับทราบเรื่องปัญหาความเดือดร้อน ทีมเพื่อไทยพลัส ที่ดูแลเชี่ยวชาญด้านนั้นๆ จะลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา วิเคราะห์ปัญหา ร่วมกับ ส.ส.ในพื้นที่ 2.การนำปัญหาดังกล่าวมาแก้ไข จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ 1 การนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ 2 ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ตั้งกระทู้ถามในสภา ส่วนที่ 3 ทางทีมวิชาการของกลุ่ม จะดำเนินการทำแนวทางแก้ไขปัญหายั่งยืน โดยการคิดกรองนโยบายแก้ไขปัญหานั้นๆ เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส ชี้แจง

เพื่อไทยพลัส คือการปรับตัวรองรับพลังคนรุ่นใหม่ ใช้ความสดใหม่เข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรค เพื่อรับมือกับการเมืองที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามกระแสของสังคมและโลก