
•….อีกก้าวของ “ครม.บิ๊กตู่ 2” เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำ ครม.เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 2 วัน 2 คืน รวม 34 ชั่วโมง อดตาหลับขับตานอนกันยาวเหยียด รายการนี้ “บิ๊กตู่” โชว์การปักหลักชี้แจง ตอบ และตอบโต้ฝ่ายค้านแบบ “ไม่มีถอย” จนกระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนปิดประชุมเมื่อตอนตีสามเศษๆ เมื่อเช้ามืด
วันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากนี้รัฐบาลใหม่จะต้องเริ่มทำงาน มีปัญหารอให้แก้ไขเยอะแยะ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะ “ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563” ซึ่งปีนี้ล่าช้า ได้ใช้งบกันจริงประมาณปีใหม่ 2563
•….ย้อนกลับไปดูบรรยากาศการแถลงและอภิปราย 25-26 ก.ค.ที่ผ่านมา ดุเดือดระดับ “ห้าดาว” ไม่ว่าจะเป็นการประกาศ “ตัดพี่ตัดน้อง” กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หลังจากอดีต ผบ.ตร.งัดเอาเรื่องเลือกตั้งและการเข้าสู่อำนาจของ “บิ๊กตู่” ขึ้นมาถล่มหนัก ผลคือ “เสรีพิศุทธ์” ถูกเชิญออกนอกห้องประชุม ปัญหาคือเมื่อกลับมาประชุมวันรุ่งขึ้น ประธานฯ ชวน หลีกภัย ตัดสินว่าจะอภิปรายอีกไม่ได้แล้วจนกว่า “ญัตติ” นี้จะผ่านไป
•….อีกช่วงเวลา เป็นศึก “ไทยไฟต์” ระหว่าง กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กับ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยเมื่อ “เสี่ยโจ้” เปิดประเด็นทุจริต แล้ว “บิ๊กตู่” ผลุนผลันลุกจากห้องประชุมไป เกิดการประท้วงบานปลายมาถึง ส.ว.ด่า ส.ส.เป็น “ขี้ข้าโจร” แล้วโดนโต้ทันควันว่า ดีกว่าพวก “เลียบู๊ตทหาร” ทำเอา ส.ว.ควันออกหู พยายามท้าชก ก็แปลก ถือว่าผิดฟอร์ม ส.ว.ไปมาก
•….ในรัฐสภามีทั้ง “ส.ส.” ที่มาจากเลือกตั้ง และ “ส.ว.” ที่มาจากการจิ้มเลือกจาก “หัวหน้า คสช.” แต่สุดท้ายคุณค่าของแต่ละคนอยู่ที่ว่าจะทำงานรับใช้ใคร จะรับใช้ผู้ที่จิ้มเลือกเข้ามา หรือรับใช้ประชาชน
เจ้านายตัวจริง สุดท้ายคนตัดสินคือ “ประชาชน” เจ้าของเงินภาษีอากรที่จ่ายค่าจ้าง และเอื้ออำนวยสวัสดิการต่างๆ ให้ทุกเดือน
•….ส่วน ประชุมสภาผู้แทน พุธ 31 ก.ค.และพฤหัสฯ 1 ส.ค.จะต้องงดไปก่อน เพราะสภาจะย้ายอุปกรณ์ สิ่งของ และระบบอิเล็กทรอนิกส์จากหอประชุมใหญ่ทีโอทีไปที่ “สัปปายะสภา” หรือที่ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา เกียกกาย ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในคราวต่อไป
•….แมตช์ใหญ่ของสภาที่จะมีผลทั้งการบริหารประเทศและการเมือง คือ “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563” ที่ปกติจะต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา รวมถึงประกาศใช้ก่อน 30 ก.ย.ของแต่ละปี แต่ปีนี้จะ “ช้า” 3 เดือนเป็นอย่างน้อย จะเข้าวาระหนึ่งของสภาผู้แทนฯ ประมาณกลางเดือน ก.ย. รัฐบาลมีเสียงปริ่มๆ คงได้หวาดเสียว เพราะต้อง “โหวต” ด้วยเสียงในสภาล้วนๆ โดยไม่มี “ตัวช่วย” คือวุฒิสภา
•….พ.ร.บ.งบฯ ที่ว่าล่าช้าแล้วนี้ หากรัฐบาลใหม่แก้ไข รื้อใส่โครงการที่หาเสียงไว้เข้าไปอีก จะต้องบวกค่าเสียเวลาเข้าไปอีก จะเป็นอีกเรื่องที่เข้ามาซ้ำเติม ไหนยัง “เสี่ยง” จากเรื่องคะแนนเสียง ส.ส.ก็ต้องจับตาว่าจะมีใครใช้ “ช่อง” ในรัฐธรรมนูญดึง ส.ว.มาช่วยลงมติ เหมือนที่เคยมีบางคนเคยพยายาม “ขายไอเดีย” ก่อนหน้านี้หรือไม่
กาแฟป่า





