หน้าแรก การเมือง อ.รัฐศาสตร์ ม...

อ.รัฐศาสตร์ มช. ตัดเกรด! ‘พรเพชร’ สอบไม่ผ่าน ชี้แถลงนโยบายกลายเป็น ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐประหาร’

29.07.19 | 18:00 น.

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ผศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแถลงนโยบายรัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าท้ายที่สุดแล้ว ดูเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐประหารหรือการแสดงออก ความคับข้องใจที่มีต่อรัฐบาลชุดที่แล้วในระยะเวลา 5 ปีมากกว่า การอภิปรายเกี่ยวกับตัวบุคคล คุณสมบัติของรัฐมนตรี กระแสความต่อเนื่องของความไม่พอใจรัฐประหาร เพราะฉะนั้นในแง่ของการให้ผ่านหรือไม่ผ่านของการอภิปรายครั้งนี้ ไม่สามารถประเมินได้ เพราะยังเป็นนามธรรมมากๆ อีก 3 เดือนค่อยมาดูว่านโยบายที่มาแถลงวันนี้ทำได้จริงไหม เนื่องจากระหว่างตัวนโยบายกับเกมในรัฐสภา ก้ำกึ่งกันมาก จนทำให้หลายครั้งกลบกระแสของนโยบายที่จะถูกนำไปใช้จริง


สิ่งที่ประชาชนได้จากการฟังอภิปราย 2 วันคือ 1.นโยบายตอนหาเสียงถูกนำไปใช้จริงหรือไม่ 2.ได้เห็นว่าเวลาเข้าสู่กลไกรัฐสภา ผลประโยชน์ของประชาชนได้รับการปกป้องมากน้อยแค่ไหน ทั้งรัฐบาลเองและฝ่ายค้าน 3.หากเป็นไปได้ประชาชนอาจต้องกระตือรือร้นออกมาตรวจสอบควบคู่เชิงซ้อนควบคู่กับรัฐสภา เราไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่ตัวรัฐสภาฝ่ายค้านได้อย่างเดียว ต้องมีแรงของประชาชนอีกชั้น นโยบายที่แถลงออกมาจะทำได้จริงหรือไม่ ประชาชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมาก

“สำหรับการทำหน้าที่ของประธานสภา สิ่งที่กระแสสังคมเห็นคือนายชวน หลีกภัย สอบผ่าน แต่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ไม่ผ่าน อย่างไรก็ตาม รัฐสภาชุดนี้ประธานรัฐสภามีความพิเศษ กล่าวคือมี ส.ว.มาจากการแต่งตั้งเข้าร่วมด้วยนอกจากพรรคการเมืองหลายพรรค เพราะฉะนั้นข้อบังคับสภาต้องทันกับเกมในรัฐสภา จุดนี้ทำให้คนที่มีประสบการณ์ในรัฐสภาดูเหมือนนายชวนจะได้เปรียบกว่านายพรเพชร อาจจะทันในแง่ของระเบียบข้อบังคับ แต่ถ้าไม่เท่าทันในการที่รัฐสภาประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย ก็จะมีปัญหา

การอภิปรายครั้งนี้ หลายคนในฝ่ายค้านมีความโดดเด่นขึ้นมา ตัวคนรุ่นใหม่ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้เข้าใจปัญหาปากท้องของประชาชน คนรุ่นใหม่และวิธีคิดใหม่ๆ ทำให้คนจับจ้องสนใจ อย่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคอนาคตใหม่ สามารถกล่าวถึงปัญหาของเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง ส่วนตัวมีข้อสังเกตว่าการที่คนรุ่นใหม่จะกลายเป็นดาวเด่นของสภาได้คือ การแยกให้ออกระหว่างปัญหาปากท้องของประชาชนในชนบท กับคุณภาพชีวิต มักเป็นปัญหาของคนในเมือง” ผศ.ดร.ฐิติวุฒิกล่าว

Advertisement