‘บิ๊กตู่’ ซัดการเมืองประชานิยม-อ้างปชต.แค่รูปแบบ คือต้นเหตุปัญหาเมืองไทย

4.06.16 | 13:53 น.

“บิ๊กตู่” ลั่นปัญหาความรุนแรงสามจว.ภาคใต้ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา ไม่พบต่างชาติเข้าร่วม ชี้นโยบายประชานิยมคือปัญหาใหญ่ นักการเมืองอ้างประชาธิปไตยเพื่อผลประโยชน์


เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 20.00 น. ที่โรงแรมแชงกรีล่า สาธารณรัฐสิงคโปร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในหัวข้อประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านว่า อนาคตของประเทศไทยใกล้ชิดกับความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพของภูมิภาค ความมั่นคงของประเทศไทยก็มีผลกระทบต่อเสถียรภาพในอาเซียนและภูมิภาคด้วยประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน กำลังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงที่ท้าทายซับซ้อนหลายมิติเช่นเดียวกัน ความมั่นคงของประเทศไทย ถูกสั่งสมด้วยปัญหาความยากจน สังคมเหลื่อมล้ำ ติดกับดักรายได้ปานกลาง ซ้ำเติมด้วยผลผลิตการเกษตรลดลงจากภัยแล้ง และราคาตกต่ำจากภาวะเศรษฐกิจโลก

“ไทยยังเผชิญกับปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาภายในของไทย ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา และยังไม่ปรากฏว่ามีต่างชาติเข้าร่วมด้วย และกำลังแก้ไขด้วยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามปกติ และการพัฒนา การสร้างความเข้าใจทุกมิติ นอกจากนี้ ไทยยังมีปัญหาการแบกรับภาระผู้อพยพย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติและแรงงานข้ามชาติ นับล้านคน ก่อให้เกิดปัญหาสังคม ปัญหาการค้ามนุษย์ และการทำประมงผิดกฎหมาย รวมทั้ง อาชญากรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยกำลังเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมือง การแตกแยกกันของคนในชาติ เป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบมากที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน รากเหง้ามาจากการเมืองที่อ้างประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพไร้ขีดจำกัด อาศัยแต่เพียงรูปแบบ นำไปสู่การบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาล มีการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง นโยบายประชานิยมที่เป็นปัญหา มีการทุจริตคอรัปชั่นสูง ทำให้เกิดมีความขัดแย้งทางการเมือง ไม่สามารถตกลงกันได้ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ปิดล็อกด้วยกฎหมาย มีการระดมมวลชนของแต่ละฝ่ายเข้าปะทะกัน การใช้สื่อเลือกข้าง บิดเบือนข้อเท็จจริง จนความขัดแย้งบานปลายสู่ความรุนแรง ละเมิดกฎหมาย และใช้อาวุธต่อสู้กันในที่สุด เกิดสังคมไร้ระเบียบ ประชาชนหลายกลุ่มเรียกร้องแต่สิทธิเสรีภาพอย่างไร้ขีดจำกัด ละเมิดสิทธิประชาชนทั่วไป ละเมิดกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ นำไปสู่การเรียกร้องทหารออกมายุติสถานการณ์ แล้วนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ประเทศไทยจะเสียดุลจนอาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง สถานการณ์บังคับให้ไม่มีทางเลือก เหลือกระบวนการภายในประการเดียวคือจำเป็นต้องใช้กำลังทหารปลดล๊อคประเทศที่เป็นสูญญากาศอยู่ในขณะนั้น เพื่อหยุดความรุนแรง ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ให้สังคมมีความสงบสุขมีดุลยภาพ และสามารถซ่อมแซมประชาธิปไตยให้เข้มแข็งยั่งยืนเป็นสากลโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการพูดให้ร้ายบิดเบือน ไม่ใช้ข้อเท็จจริงในสื่อโซเชียลมีเดียทั้งในและนอกประเทศ

Advertisement

“ความท้าทายของไทยในปัจจุบัน คือ เราจะมีวิธีปฏิบัติในการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรให้ประชาชนและสังคมโลกเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานแต่อย่างใด แต่เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการจัดระเบียบสังคมเกิดผล การดำเนินการทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย ทุกคนต้องต้องเคารพกฎหมายทุกกฎหมายก่อน การบังคับใช้กฎหมายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่ต้องถูกลงโทษหากกระทำผิดเองโดยเจตนา” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการแก้ปัญหาของไทยว่า สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่ คือ การรักษาความสงบเรียบร้อย การพยายามแก้ปัญหาการเมืองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยและสร้างความปรองดองของคนในชาติ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติ ทั้งภายในและต่างประเทศ กำหนดให้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เป็นสากล ปฏิรูประบบราชการ จัดระเบียบสัมคม ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาประเทศให้มีความเข้มแข็งจากภายในและสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ระดับครัวเรือน ถึงระดับชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยใช้แนวทางประชารัฐ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ต้นเหตุ และรองรับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยยังมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อก้าวพ้นกับดักของประเทศรายได้ปานกลางและพร้อมเข้าสู่โลกอุตสาหกรรมยุคที่ 4 (Industry 4.0) อย่างยั่งยืนด้วยนโยบาย Thailand 4.0 โดยส่งเสริมปรับปรุงให้ทันสมัย สำหรับอุตสาหกรรมเดิม 5ประเภทและส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่ไทยมีศักยภาพอีก 5 ประเภทด้วย

นายกฯกล่าวถึงดุลยภาพใหม่ของไทยและดุลยภาพใหม่ของภูมิภาคว่า การสร้างดุลยภาพใหม่ให้กับประเทศไทย ต้องดำเนินการหลายประการ และไม่สามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จในเวลาอันจำกัด จึงต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และโรดแมปจะส่งต่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต่อไป ประเทศไทยจะคืนสู่ประชาธิปไตยตามโรดแมปที่วางไว้ทุกประการ โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและพันธกรณีตามกฏกติกาของสังคมโลก ดุลยภาพและความเข้มแข็งของไทยจะช่วยรักษาและส่งเสริมดุลยภาพของอาเซียนให้เข้มแข็งยั่งยืนซึ่งมีส่วนในการสร้างดุลยภาพใหม่ให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การเสริมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคต้องอาศัยระยะเวลา ความไว้เนื้อเชื่อใจและเจตนารมย์ทางการเมืองจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน การเคารพในอำนาจอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศ ร่วมถึงไม่นำประเด็นเรื่องอุดมการณ์ของตนเองมาเป็นเงื่อนไขและอุปสรรคต่อความร่วมมือระหว่างกัน ความมั่นคงที่สมดุลหรือมีดุลยภาพและยั่งยืนนั้น ควรมีลักษณะรอบด้าน ได้แก่ ความมั่นคงทางทหารและความมั่นคงเพื่อการพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการพัฒนาให้ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยและเจริญรุ่งเรือง ตามที่ธรรมนูญของ UNESCO ระบุไว้ คือในเมื่อเหตุแห่งสงครามมีแหล่งที่มาจากในจิตใจของคน ดังนั้น จึงต้องสร้างสันติภาพให้บังเกิดขึ้นในจิตใจของคน