‘ปชป.’กางข้อกม. สั่งส.ส.ถอยนั่งที่ปรึกษา-เลขาฯรมต. หวั่นขัดรธน. ปมประโยชน์ขัดกัน

29.07.19 | 21:40 น.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แจ้งว่า  สำหรับการจัดสรรบุคคลไปเป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งต่างๆ เพื่อช่วยงานของรัฐมนตรีของพรรค อาทิ ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ตามข้อบังคับของพรรคกำหนดให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกก่อน จากนั้นจะนำผลดังกล่าวไปเข้าที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. กับคณะกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบและอนุมัติอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลแต่ละภาค รวบรวมและคัดแยกจากคนของพรรค 3 ส่วน คือ ส.ส. อดีตส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตกในการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีของ ส.ส.และอดีตส.ส.นั้น ให้มีการจัดเรียงว่าแต่ละคนได้รับเลือกมาแล้วกี่สมัย แล้วให้ส่งข้อมูลดังกล่าวมาที่นายจุรินทร์ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใช้ประกอบการพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลไปเป็นข้าราชการการเมือง  

ขณะเดียวกัน พรรคให้โควต้าแก่รัฐมนตรีแต่ละคนของพรรคสามารถเสนอชื่อบุคคลได้ 1 ชื่อว่าจะให้บุคคลนั้นมาเป็นเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หรือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่จากการหารือเป็นภายในของคณะผู้บริหารพรรค พบปัญหาข้อกฎหมายว่า ถ้าให้ส.ส.ไปมีตำแหน่งช่วยงานรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์ มาตรา 184 ที่ห้ามส.ส.ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ และห้ามรับเงินหรือประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษ และมาตรา 185 วงเล็บ 1 ที่ห้าม ส.ส.กระทําการใดๆที่มีลักษณะก้าวก่ายหรือแทรกแซง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานของหน่วยงานของรัฐ จึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะไม่ให้ผู้ที่มีเป็นส.ส.ไปดำรงข้าราชการการเมืองดังกล่าว  เหลือเพียงอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัครส.ส.ระบบเขตที่ได้รับโอกาสดังกล่าว  

ทั้งนี้ พรรคได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขอความชัดเจนเรื่องข้อกฎหมายดังกล่าว และถ้าคณะกรรมกฤษฎีกาตอบกลับมาว่า ส.ส.ไปเป็นข้าราชการการเมืองไม่ได้ พรรคจะได้นำคำตอบนี้ไปชี้แจงทำความเข้ใจกับ ส.ส.ที่ต้องการไปทำหน้าที่ดังกล่าว  อย่างไรก็ตามคาดว่าพรรคจะเรียกประชุมการจัดวางตัวบุคคล ภายในสัปดาห์หน้า เพราะตอนนี้ยังรอคำตอบจากคณะกรรมกฤษฎีกา และนายจุรินทร์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ มีภารกิจนำคณะไปยังประเทศจีน ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-3 สิงหาคมนี้ เพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีกลุ่มประเทศกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป – RCEP)

สำหรับผู้ที่จะทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคมอบหมายให้นายจุรินทร์เป็นพิจารณา แต่นายจุรินทร์ยังไม่ได้เตรียมคนไว้ เพราะต้องให้มีการแต่งตั้งโฆษกรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน พร้อมกับรอพรรคแกนนำรัฐบาลประสานงานว่าจะให้พรรคส่งชื่อคนเป็นรองโฆษกฯ เมื่อไหร่ และจะให้ทำภารกิจใดบ้าง เพื่อที่พรรคจะได้ส่งคนไปทำหน้าที่ให้ตรงกับงาน ทั้งนี้มีชื่อของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดว่าอาจได้เป็นรองโฆษกรัฐบาล แต่มีกระแสข่าวอีกด้านว่านายจุรินทร์อาจจะต้องพิจารณาบุคคลอื่น เพราะเห็นว่านายปริญญ์เพิ่งมาเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว และเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค หากให้เป็นรองโฆษกรัฐบาลด้วย อาจดูไม่เหมาะสม ประกอบกับให้นายปริญญ์ช่วยงานพรรคมากกว่า
นายปริญญ์ กล่าวยอมรับว่า มีผู้ใหญ่หลายคน มาทาบทาม แต่ส่วนตัวอยากทำงานให้พรรคมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายจุรินทร์ว่าจะพิจารณาตัดสินใจอย่างไร