หน้าแรก การเมือง “หญิงหน่อย” ย...

“หญิงหน่อย” ยัน ไม่มีปัญหาในพรรคปมส.ส.ไม่ได้อภิปราย ติง ประยุทธ์ ต้องให้เกียรติสภา

30.07.19 | 14:12 น.

“หญิงหน่อย” ยัน ไม่มีปัญหาในพรรคปมส.ส.ไม่ได้อภิปราย ชี้ เวลาไม่พอ เตรียมโยกไปอภิปรายงบประมาณ ติง รบ.-สภา ควรให้เวลาฝ่ายค้าน


เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าส.ส.บางคนไม่พอใจการอภิปรายครั้งที่ผ่านมาเพราะถูกจำกัดทำให้แสดงบทบาทได้ไม่เต็มที่ ว่า เท่าที่ได้ทราบจากวิปไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทางวิปรายงานว่าไม่ได้ตัดใคร แต่เวลาที่ไปพูดจริงๆมีทั้งการประท้วง มีความขาดตอน อาจทำให้เกินเวลา ทำให้ต้องทดเวลาไป ซึ่งเป็นวิสัยที่เกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่มีการอภิปราย เราก็อยากให้ส.ส.ของเราได้แสดงออกทุกคน

เมื่อถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กนายจะได้พูดก่อน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ส.ส.มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ตนไม่เชื่อว่าจะมีปัญหาอะไรขนาดนั้น คงไม่มีใครเป็นเด็กใคร แล้วให้ใครมีสิทธิอภิปรายมากกว่าใคร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหัวข้อมากกว่า เวลาน้อยด้วย ถ้าไม่ตัดแล้วให้ 3 วันเท่าเดิมก็น่าจะอภิปรายได้ครบถ้วน ไม่ใช่แค่ส.ส.ที่ได้พูดไม่ครบ แม้แต่ตัวผู้บริหารพรรคเองก็ได้พูดไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ การแถลงนโยบายครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะต้องระบุที่มาของเงินที่จะนำมาใช้จ่าย แต่รัฐบาลไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญที่ตัวเองกำหนด และไม่ได้ทำตามยุทธศาสตร์ชาติที่ตัวเองกำหนดด้วย ถ้าสมมติว่าฝ่ายค้านขณะนี้กลับมาเป็นรัฐบาลจะโดยเล่นงานทางด้านกฎหมาย ฯลฯ ที่สำคัญคือ นโยบายนี้เขียนเหมือนเป็นคำนำ หรือคำปรารภเท่านั้น ไม่มีรายละเอียดของงาน ไม่มีการวัดผล ไม่มีผลสัมฤทธิ์ ฯลฯ ซึ่งแย่กว่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลในอดีตไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องการทำขัดรัฐธรรมนูญนั้นวันพรุ่งนี้ (31 กรกฎาคม) คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคจะประชุมกัน และคงจะได้ปรึกษาทางฝ่ายกฎหมายว่าเราจะสามารถร้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง ซึ่งเบื้องต้นมีประมาณ 3 ประเด็นด้วยกัน

เมื่อถามว่า บทบาทของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ครั้งแรกในสภาถือว่าสอบผ่านหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ต้องให้ประชาชนเป็นคนชี้ เพราะให้ฝ่ายการเมืองชี้ก็จะหาว่าเราอคติ แต่ที่เรามองเห็นคือ 1.ต้องเข้าใจระบบรัฐสภา แม้ 5 ปีที่ผ่านมาจะใช้ระบบสภา แต่เป็นสภาภายใต้ปีกทหาร ดังนั้นเราจะเห็นว่าสิ่งที่นายกฯแสดงออกได้สะท้อนการทำงานในสภาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นเพียงสภาตรายาง นายกฯสามารถลุกขึ้นมาชี้นำ ดุด่าว่ากล่าวสมาชิกได้ แต่หลังจากการเลือกตั้ง มีข้อบังคับ มีกฎเกณฑ์ ทั้งที่ไม่ใช่ข้อบังคับใหม่เลย นายกฯจึงพูดออกมาว่าต้องมาเรียนรู้กันใหม่ ทั้งที่ไม่ควรเรียนรู้เพราะ 5 ปีผ่านมาแล้ว และใช้ระเบียบเดียวกัน สะท้อนว่านายกฯไม่ได้ให้ความสำคัญกับระเบียบ และกฎเกณฑ์ของรัฐสภา แต่ต่อไปนี้ท่านต้องเคารพกฎเกณฑ์ และระเบียบของทางสภา รวมถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

Advertisement

เมื่อถึงการวางตัว และเตรียมการสำหรับการอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราต้องฟังจากวิป เพราะเขามีการวางระเบียบ และกติกาไว้ ครั้งหน้าอย่างแรกเลยคือ ฝ่ายรัฐบาล และประธานสภาต้องเห็นใจ และให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้าน เพราะฝ่ายค้านเป็นฝ่ายที่ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนมา และมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาลมีเวทีที่จะพูดคุยกับรัฐมนตรีได้อยู่แล้ว แต่ฝ่ายค้านต้องใช้เวทีสภาเท่านั้น ก็ควรให้เวลากับฝ่ายค้านเต็มที่ และคนที่ไม่ได้อภิปรายในครั้งนี้เราจะให้เวลาเขาได้อภิปรายอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า จะปรับปรุงรูปแบบในการอภิปรายหรือไม่ เพราะถูกหลายฝ่ายติงว่าฝ่ายค้านพท. ใส่ลูกเล่นมากเกินไป คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้ใส่ลูกเล่นมาไปหรอก อยู่ที่เนื้อหา แต่อาจจะมีเรื่องของทางการเมืองเข้ามาด้วย เราก็เป็นดาวสภาทุกครั้ง ก็แบ่งๆกันไป พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องมีบทบาทให้ครบกัน เราจะไปผูกขาดคนเดียวไม่ได้ เราช่วยส่งเสริมกันดีกว่า