ผู้อ่าน มติชน 86% ชี้ อภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา สะท้อนประเทศแตกแยก
กรณีที่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็นหลังจบการอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยระบุว่า ควันหลงจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาลใหม่แต่นายกฯเก่า และว่า ดูการอภิปรายครั้งนี้มองแล้วเห็นชัดเจนว่า ประเทศของเราเป็นครอบครัวใหญ่ ที่แตกแยกอย่างมาก เป็นสถานการณ์แบบที่ประเทศญี่ปุ่นเคยเจอภายหลังแพ้สงคราม ประเทศมีการประท้วงเดินขบวน ผู้คนแตกเป็นสองฝ่ายคือ อนุรักษนิยม และประชาธิปไตยแบบฝรั่ง บังเอิญมีการจัดโอลิมปิก 1964 ชาวญี่ปุ่นทุกคนจึงต้องสามัคคีเพื่อรักษาหน้าตา ส่วนรัฐบาลและเอกชนก็ทุ่มลงทุน เกิดเป็นทางด่วนผ่านโตเกียว มีการสร้างรถไฟความเร็วสูงชิงคันเซ็นขึ้นมาเป็นครั้งแรก ชาวญี่ปุ่นออกมาเก็บขยะมูลฝอยเป็นตัน บ้านเมืองเราคงต้องศึกษาหาทางเยียวยาปรองดองสร้างสามัคคีให้จงได้ เริ่มเลยครับแก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรม เพื่อมาร่วมกันใหม่
ท่านคิดว่า อภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา สะท้อนประเทศแตกแยกหนัก จริงหรือไม่
1.จริง
2.ไม่จริง
ผลการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง เฟชบุ๊กมติชนออนไลน์ นั้น มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.5 พันโหวต ในจำนวนนี้ 86%ระบุว่า จริง และ 14%ระบุว่า ไม่จริง ส่วนการแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์นั้น มีผู้ร่วมโหวต 155 โหวต ในจำนวนนี้ระบุว่า จริง 74% ระบุว่า ไม่จริง 26%
สำหรับเหตุผลที่น่าสนใจของผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นมีตัวอย่าง ต่อไปนี้
ย่อมมี เพราะในสิ่งที่ เขาทำเขาพูด มันเป็นเรื่อง ที่ทุกคนมีสิทธิ์ พูดชักถามได้ แต่จะได้คำตอบ ที่จริงหรือเท็จ เท่านั้นเอง เพราะรัฐบาล ลุงตู่ยิ่งอยู่ ประชาชน ยิ่งแย่ จริงๆเศรษฐกิจ ตกต่ำทำมาหากินผืดเคือง ไปหมด จริงๆ
ผมก็เห็น แตกแยกเช่นเดิม…หนักกว่านี้ต้องรอดูครับ
ความเห็นต่าง อย่างมีเหตุมีผล แสดงออกด้วยเจตนาบริสุทธิ์และปรารถนาดี ไม่ใช่แตกแยก!!
คนไทยรักกันมากขึ้น หลังจากไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรมพวกแกนนำเหลืองแดง
มันแตกแยกมา 10 กว่าปี แล้วละครับ เพราะอีกฝ่าย แต่ส่วนน้อย ไม่ยอมรับความเห็นต่าง จึงสร้างวาทกรรมล้มเจ้า ใช้กฎหมา และองค์กรอิสระ ไว้เป็นเครื่อง ในการกำจัด คู่แข่ง และคนเห็นต่าง จนถึงปัจจุบัน ก็ยังใช้และกระทำอยู่ อย่างหน้าละอาย
ต้องถามกลับไปว่ารากเหง้าของปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นเพราะความล้มเหลวของการเมืองที่พยายามเอาชนะอีกฝ่ายซึ่งกันและกัน โดยไม่ยอมอ่อนข้อคิดเห็นอีกฝั่งไม่ว่ารัฐบาลไหนๆที่ผ่านมาหรือรัฐชุดปัจจุบัน จะมีให้เห็นก็เพียง ท่านอนุพงษ์ ที่ฟังความเห็นชี้แนะของท่าน ..พิธา อนาคตใหม่ นี้แหละนอกนั้นมีแต่นักการเมืองเก่าๆเน่าๆ
เล่นการเมืองต้องลงทุน และมากด้วย จำเป็นต้องแตกแยกเพื่อผลประโยชน์ ทำไงได้มีได้แค่รัฐบาลเดียว ลองแบ่งบริหารรัฐบาลละครึ่งประเทศได้มั๊ยล่ะ แล้ววัดผลงานกัน แต่ก็อีกแหละปชช.บางประเทศก็ดูไม่ออกนะว่าผลงานใครดีทั้งที่ทำไปแล้ว น่าแปลก
ปลอดเพ้อเจ้อไปคนเดียว รึเปล่า?…ก้อมี สส.ฝ่ายค้านตั้งหลายคนที่อภิปรายดีมีสาระอันเป็นประโยชน์ได้รับคำชมเชยจากผู้คนทั้งสองฝ่ายก้อหลายคนเน้อ…อันนี้แสดงว่าประชาชนมีใจเป็นธรรม(มากกว่าปลอดเนาะ!)สามารถแยกแยะอะไรดีหรือไม่ดีได้ ใช่ป่ะ?
แตกแยกมานานแล้วด้วย เพราะรัฐประหารบ่อย รัฐบาลก็ไม่เป็นกลาง อุ้มแต่นายทุน ทำลายความรู้สึก ของประชาชนชาวรากหญ้า คงยากที่จะปลองดองกัน
แตกแยกลามไปถึงพี่น้องคนในครอยครัวเพื่อนฝูงเพื่อนบ้าน
แตกทางความคอหนักเกินเยียวยา พวกมีอำนาจกองกำลัง กดหัวประชาชน พวกกันได้ดีหมด แรงกดมาก ถ้าระเบิดคงรุนแรงน่าดู
แตกแยกมานานนมแล้วครับตั้งแต่ปี2475เป็นต้นมาพวกเจ้าขุนมูลนายมันไม่ยอมปล่อยให้เป็นปชต.จนถึงทุกวันนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นเพราะพวกศักดินาคิดว่าคนบ้านนอกโง่มันคิดผิดถนัดทุกวันนี้เด็กบ้านน้องโดยเฉพาะคนอีสานเข้าถึงโลกโซเชียลกันหมดแล้วข่าวข้อมูลถึงกันหมดรัฐบาลโจรอย่าคิดปิดบังขอร้องฯ
ก็เหมือนเดิม …คือเหมือนเดิม ไม่รู้จะบอกไง
อยากฟังความิคิดเห็นกันอย่างเท่าเทียม
เกิดจากขบวนการยุติธรรม เป็นต้นเหตุ การตัดสินอะไรก็แล้วแต่ ถ้าสังคมเกิดการสงสัยในการตัดสินแล้วนั้นแหละคือรากเหง้าของความขัดแย้งเริ่มก่อตัว ไม่รีบแก้ไขมันก็จะบ่มเพาะไปเรื่อยๆจนอยากจะแก้ไข การแก้ไขต้องยุบองค์กรกลางที่จัดตั้งขึ้นมาโดยผู้มีอำนาจออกให้หมด แล้วจัดตั้งขึ้นมาใหม่โดยสภาผู้แทนราษฎร

