การประชุมแถลงนโยบาย 25-26-27 กรกฎาคม อาจยังไม่แจ่มชัดว่ารัฐบาลจะทำตามนโยบายที่เคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมในตอนหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่
แต่เมื่อใดที่ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ปรากฏออกมา
นั่นแหละประชาชนจะได้”ตรวจสอบ”ครั้งยิ่งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศในเรื่องการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำวันละ 425 บาท อันเป็นนโยบายหลักที่พรรคพลังประชารัฐให้สัญญา ไว้กับผู้ใช้แรงงาน
ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย”กัญชาเสรี”ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย”แก้ไขรัฐธรรมนูญ”ของพรรคประชาธิปัตย์
ความเข้มข้นของ”งบประมาณ”จึงเป็นด่านสำคัญ
ก่อนรัฐบาลพรรคไทยรักไทยภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกรา คม 2544 พรรคการเมืองจะพูดอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องผูกพันว่าจะ ปฏิบัติได้หรือไม่
แต่หลังรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็ยากเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจาก 1 พรรคไทยรักไทยสามารถทำนามธรรมแห่งนโย บายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงได้
ที่เรียกว่า”ประชาธิปไตยกินได้”ก็มาจากพื้นฐานนี้
ที่พรรคไทยรักไทยสามารถกุมหัวใจผู้ลงคะแนนเสียงได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันก็จากผลงานในอดีตเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน ปัจจัย 1 ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็คือ ทุกคำประกาศ ทุกคำมั่นสัญญาล้วนได้รับการจดจาร บันทึกอย่างจำหลักหนักแน่น
หากไม่ผ่านภาพโปสเตอร์ ก็ได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำผ่านคลิปเสียง ลึกซึ้งตรึงแน่นในสายตา ก้องกังวานเต็ม 2 รูหูของประชาชน
และตรวจสอบได้อีกครั้งจากรายละเอียด”งบประมาณ”
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ร่างพรบ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มีความสำคัญเป็นอย่างสูง ไม่ว่าต่อพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย
เคยพูดก่อนเลือกตั้งอย่างไร เคยพูดก่อนขานชื่อ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร
จำหลักหนักแน่นอยู่ในความรับรู้ของ “ประชาชน”
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่



