เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2559 เวลา 13.00-16.30 น. ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดงานเสวนาเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” ในโอกาสจัดพิมพ์หนังสือ รัฐธรรมนูญ: ประวัติศาสตร์ข้อความคิด อำนาจสถาปนา และการเปลี่ยนผ่าน โดยคณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมาปัญหาและข้อถกเถียงทางกฎหมายเป็นเรื่องหยุมหยิมที่ปรากฏขึ้น มาอย่างต่อเนื่อง เช่น ที่มาของ ส.ส. ส.ว. หรือที่มานายกรัฐมนตรี กฎหมายถูกทำลายให้เป็นกลไกในการเข้ามาสู่อำนาจรัฐ นักนิติศาสตร์ถูกทำให้เป็นช่างปะผุที่คอยตามเช็ดปัญหาทางกฎหมายที่เกิดขึ้น ไม่สามารถที่จะนำเสนอสิ่งที่อยากจะนำเสนอได้
ประเทศไทยมีการฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง ในขณะที่ตะวันตกรัฐธรรมนูญถือว่ามีเสถียรภาพมาก คำถามคือทำไมในตะวันตกถึงมีคุณค่ามาก แต่ประเทศไทยไม่มีคุณค่าอะไรเลย เป็นเหมือนเศษกระดาษ หากวันหนึ่งมันไปต่อไม่ได้ก็ฉีกทิ้ง ทั้งที่เป็นกฎหมายสูงสุดในขณะกฎหมายที่รองลงมาบางอย่างไม่สามารถที่จะแก้ได้

“ประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 แต่เรากลับไม่มีการถกเถียงเลยว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร มีแต่ถกเถียงกันว่าจะแปลเป็นภาษาไทยว่าอะไร เราไม่ได้ถกเถียงเนื้อหาสาระของมันว่าแท้จริงมันคืออะไร มันให้อำนาจสูงสุดแก่ประชาชนในการปกครองประเทศอย่างไร ทั้งที่แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญในยุคสมัยใหม่ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญ
หากเรามาสำรวจประเทศไทยทุกวันนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เราจะคิดถึงเรื่องของการปฏิรูป การปราบโกง จะแก้ปัญหาอะไรก็แล้วแต่ก็เอามาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ อยากมีจะให้มีเรื่องอะไรก็เอามาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ อยากจะคุ้มครองคณะรัฐประหารก็เอามาใส่ไว้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการนำทุกอย่างมาจับใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญมันได้ทำให้เรามองข้ามแนวคิดหลัก ของรัฐธรรมนูญไป ทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเครื่องมือกลไกอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งที่หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเช่นนั้น”
ผศ.ดร. ปิยบุตร ยังกล่าวอีกว่า ความเป็นจริงแล้วกระแสเหล่านี้มาจากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่พยายามทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกลไกในการแก้ปัญหา เราลืมไปว่ารัฐธรรมนูญมีคุณค่ามากกว่านั้น หากมีการยกระดับว่าเราเป็นคนทำ เราเป็นคนกำหนด เราจะหวงแหนในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อให้ไม่เขียนว่าเป็นกฎหมายสูงสุดมันก็จะเป็นกฎหมายสูงสุดทันที แต่ทุกวันนี้รัฐธรรมนูญเป็นเหมือนอุปกรณ์ที่หากใช้ไม่ได้แล้วก็เปลี่ยนใหม่เท่านั้น


