“นายกฯ” เผย มีเหตุป่วน 5 ครั้ง 9 จุด จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 คนจากชุมพร วอนปชช.ร่วมมือจนท.ดูแลสอดส่อง ฟุ้ง 5 ปีไม่เคยเกิด แต่พอมีประชุมอาเซียนกลับเกิดเหตุคล้ายซ้ำรอย ลั่น ถ้ายังมีคนไม่ดีอยู่ในประเทศ เหตุการณ์ก็พร้อมเกิดขึ้น
เมื่อเวลา 15.05 น.วันนี้ (2 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานครในเช้าวันเดียวกันนี้ ว่า จากเหตุการณ์ระเบิด 5 ครั้งจาก 9 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่แค่คนเดียวตนก็รับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้สตช.เข้าไปดูแลว่าได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บตรงไหน เพราะตนไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน และสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินกันอย่างไร การจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารทำเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมคือประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งปัจจุบันเรามีช่องทางสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจและทหารอยู่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องทำตัวให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบันที่เป็นโลกแห่งการใช้โซเชียลมีเดียและโทรศัพท์ จึงขอฝากไปถึงประชาชนทุกคนอย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค. จนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวีจับภาพผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันตนอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย ดังนั้น หากเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หรือไม่น่าไว้วางใจก็ขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาให้ได้ เพื่อช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้สั่งการผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นที่น่ายินดีที่เราสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนจากพื้นที่จ.ชุมพรภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และผลการสอบสวนขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการและค่อนข้างชัดเจนว่าทั้ง 2 คนคือผู้ก่อเหตุโดยมีหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี และวัตถุพยานหลายอย่าง แต่ทั้งนี้ อย่าเพิ่งด่วนให้ข้อสรุป ว่าเกิดจากอะไรหรือสาเหตุมาจากอะไร แต่อยากให้ทุกคนคิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล เหตุการณ์ลดน้อยลงจนเกือบไม่มีเกิดขึ้นเลย แล้วทำไมจึงกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก ทุกคนต้องมองสถานการณ์วันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เรามีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา แล้วทำไมต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องไปสอบทบทวนว่า เกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้างในอดีตที่ผ่านมา ทราบว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆบ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไปทั้งสิ้น
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันก็คือ ทำอย่างไรให้ประเทศปลอดภัยกว่านี้ ตราบใดก็ตามที่ยังมีคนไม่ดีอยู่ เหตุการณ์ก็พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลาเช่นเดียวกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้น อยู่ที่เราจะเข้มแข็งพอหรือไม่ ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญในการร่วมมือ ทั้งนี้ ตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหารและตำรวจ ก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังดูแลและถ่ายรูป ถ้าเราร่วมมือกันแบบนี้ เหตุร้ายก็เกิดขึ้นไม่ง่ายนัก ทั้งนี้ สถานการณ์ในพื้นที่อื่นที่เกิดขึ้นทั้ง 9 ครั้ง 5 จุด ขณะนี้การสืบสวนมีความก้าวหน้าไปโดยลำดับ
“เพียงแต่ขอร้องสื่อฯว่าขณะที่ผมเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ สื่ออย่าเพิ่งขยายความ หรือไปสอบถามกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะทุกคนมีความเห็นที่แตกต่าง ถ้าถามมากก็จะไปกันใหญ่ ทำให้กระบวนการต่างๆเสียหาย ซึ่งผมได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่า ในการทำหน้าที่ขอให้ระมัดระวังอย่างดีที่สุด วันนี้อย่าลืมว่าเรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ถึงแม้จะมีใครไปพูดจาบ้างก็ตาม แต่ก็มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากหลายส่วน ไม่ว่า จะเป็นประเทศมหาอำนาจหรือประเทศใหญ่ๆ ซึ่งทุกประเทศอยากให้รัฐบาลนี้ทำงานสืบสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อไป จะเห็นได้ว่าทุกประเทศไม่ได้รังเกียจเราและมีความเข้าใจดีและทราบว่าที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นและผมต้องเผชิญสถานการณ์อะไรบ้าง และทุกคนก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประเทศไทยต่อไป ประเทศไทยมีศักยภาพมาก ถ้าเราไม่ทำลายกันเอง หรือพูดจาให้เกิดความเสียหาย เรายังมีโอกาสอีกมาก เพราะถือว่าเราเป็นแกนกลางของอาเซียน และปีนี้เราก็เป็นประธานอาเซียนผมก็ได้นำพาประเทศสมาชิกทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้หลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย สิ่งเก่าๆและเดิมเราคงต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องระเบิดจากข้างในโดยจิตใจของคนไทย ต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตำรวจทหารก็ต้องสนับสนุนในทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่ว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะการเป็นนายกฯก็ต้องดูแลทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งในการกำกับดูแลสตช.นั้น ก็มากำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่มีการละเมิดหรือไปสร้างปัญหาใดๆ

