‘สติธร ธนานิธิโชติ’ มอง นายกฯคุมดีเอสไอ ส่อเขย่าองค์กร

3.08.19 | 15:01 น.

‘สติธร ธนานิธิโชติ’
มอง นายกฯคุมดีเอส ส่อเข่ยาองค์กร

หมายเหตุ : ความเห็นกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ด้วยตัวเอง จะทำสร้างความไว้ใจเรื่องความมั่น รวมถึงการจัดการกับกระแสต่อต้านได้หรือไม่ ตลอดจนมีผลอย่างไรกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้น

นายสติธร ธนานิธิโชติ
รักษาการผู้อำนวยการ สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย
สถาบันพระปกเกล้า

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าไปดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คงไม่มีนัยยะแอบแฝงอะไร ต้องดูว่ามีหน่วยงานอะไรที่นายกฯ ให้ความสนใจ ที่เห็นได้ชัดคือการเข้าไปดูกระทรวงกลาโหม บอร์ดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ก็ค่อนข้างชัดเจนว่านายกฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทั้งการทหาร และตำรวจ รวมถึงการควบคุมในมิติของความมั่นคง เช่น ดีเอสไอ ก็อยู่ในมือของพล.อ.ประยุทธ์หมด  ส่วนนัยยะทางการเมือง จะเห็นว่าดีเอสไอเป็นหน่วยที่ดูแลคดีพิเศษต่างๆ และหลายๆ เรื่องเป็นคดีทางการเมืองด้วย ซึ่งการเข้ามาดูแลตรงนี้เรียกว่าครบวงจรครอบคลุมไปถึงคดีเก่าๆ ที่อยู่ในดีเอสไอด้วย อีกประเด็นหนึ่งอาจจะเป็นการปฏิรูปภายในดีเอสไอด้วยหรือเปล่า เราอาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 ปี ที่นายกฯ เข้าไปดูแล

สำหรับเรื่องลักษณะการแทรกแซง คงไม่ใช่โดยตรง แต่ส่อนัยยะว่านายกฯ คงเข้าไปปรับเปลี่ยนอะไรภายในองค์กรมากกว่า ทั้งส่วนของบุคลากร หรืออาจจะไปไกลขนาดการเชื่อมโยงหน่วยงานที่นายกฯเข้าไปดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ดังนั้น การดูแลความมั่นคงอาจจะเป็นสิ่งที่นายกฯ จัดลำดับความสำคัญลำดับต้นๆ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความมั่นคง เพราะในตอนนี้คือรัฐบาลผสม สิ่งที่นายกฯ เลือกที่จะเก็บไว้มีสองเรื่อง คือความมั่นคง และเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งนายกฯ คงคิดว่าเมื่อคุมสองส่วนนี้จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น การที่ดีเอสไอมาขึ้นอยู่กับนายกฯ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นการแก้ปัญหาเดิมๆ เช่น การที่ตำรวจอยู่กับกระทรวงมหาดไทยก็จะมีปัญหาแทรกแซงจากกลุ่มซ้อนโดยรัฐมนตรี ดังนั้นการเข้ามาอยู่กับนายกฯ โดยตรงทำให้ไม่มีผู้บริหารหรือฝ่ายการเมืองอื่นมาแทรกแซงได้ เป็นการแก้ปัญหาการแทรกแซงจากหลายทางให้เหลือแค่ทางเดียวคือนายกฯ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเราเห็นว่านายกฯ มาจากพลเรือนซึ่งอาจไม่ถนัดด้านการทหาร จะมอบหมายให้รองนายกฯ เข้าไปดูแลแทน ไม่ใช่ดูแลเองทุกเรื่องแบบนี้

Advertisement

อาจจะเป็นช่วงเวลาที่มีสถานการณ์ทั้งการเปลี่ยนผ่านภายใน การตั้งรัฐบาลในช่วงแรก และปัญหาสุขภาพของพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาดูแลส่วนนี้มากขึ้น ลักษณะเช่นนี้อาจเรียกว่ารวมอำนาจหรือกระชับอำนาจก็ได้ ซึ่งเป็นการวางให้พล.อ.ประยุทธ์ มีบทบาทนำมากที่สุดในเครือข่ายอำนาจ โดยโครงข่ายการบริหารงานความมั่นคงทุกภาคส่วนให้นายกฯ ดูแลโดยตรง จนกว่าจะมีผู้มีบารมีหรือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจสูงเข้ามาดูแล