จากกรณีตำรวจควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 23 ปี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่ก่อเหตุวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ที่ จ.ชุมพร เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 สิงหาคม และมีเหตุวุ่นวายต่อเนื่องกว่า 10 จุดในกรุงเทพฯ นั้น
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกผสมระหว่างกองทัพบกไทย – กองทัพบกออสเตรเลีย ภายใต้รหัสการฝึก CHAPEL GOLD 2019 ที่ค่ายวิภาวดีรังสิต กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า 2 ผู้ก่อเหตุดังกล่าวเดินทางจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาก่อเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสแกนทะเบียนประวัติได้ เนื่องจากมีบัตรประชาชน 2 สัญชาติ อีกทั้งหากไม่เคยถูกออกหมายจับมาก่อนก็ไม่มีประวัติ ซึ่งต่อไปนี้จะต้องมีการตรวจสอบที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยบุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยต้องมีทะเบียนประวัติตรวจสอบได้และเพิ่มความเข้มงวดตรวจต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายมีเป้าหมายหลังก่อเหตุขึ้นรถโดยสารกลับไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อจะหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามเดิม หากหลุดออกไปได้จะตามตัวได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุความไม่สงบ

