หน้าแรก การเมือง แกนนำคปส.ลงบั...

แกนนำคปส.ลงบันทึกประจำวัน หลังถูกนำภาพไปแชร์เป็นผู้ต้องหาบึ้มกรุงฯ ชี้ ส.ส.พปชร.ก็แชร์ด้วย

4.08.19 | 18:07 น.

เมื่อวันที่4 สิงหาคม กรณีปัญหาเหตุลอบวางระเบิดกรุงเทพฯ ต่อมามีการพยายามเสนอความเห็นเบื้องหลังของผู้ก่อเหตุ จนข้อมูลหลายส่วนผิดพลาด เพราะเกิดจากการตัดต่อที่ไม่เป็นจริง ล่าสุดเพจ Patani NOTES เผบความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกนำภาพไปแชร์ต่อว่าเป็นผู้ต้องหา ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เพราะถูกกล่าวหา จนเสียชื่อเสียง ยืนยัน ไม่ใช่ผู้ต้องหาลอบวางระเบิด เพราะ ภาพที่ถูกทำขึ้นมาแชร์ต่อ มีคนส่งต่อจำนวนมาก รวมถึงหนึ่งในผู้ที่เผยแพร่ต่อ ยังเป็น ส.ส.ของพรรคการเมือง อีกด้วย โดย ระบุว่า


“ท่ามกลางกระแสสังคมติดตามข่าวการคลี่คลายคดีวางระเบิดกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมาซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยสองคนจากนราธิวาส โดยที่สื่อเสนอข่าวว่าให้การรับสารภาพแล้ว ทำให้มีผู้ติดตามข่าวหลายรายแสดงความเชื่อมั่นว่ามีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และการก่อเหตุในเมืองหลวง ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายโพสต์ภาพและข้อความที่กลายเป็นการละเมิดส่วนบุคคลด้วยการนำภาพบุคคลที่ถูกจับไปเทียบเคียงกับบุคคลอื่นพร้อมกล่าวหาว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยที่ยังไม่มีหลักฐานข้อยืนยันหรือการสอบสวนใดๆ”

“สส.พรรคพลังประชารัฐ ปารีณา ไกรคุปต์ เป็นอีกรายหนึ่งที่มีโพสต์กล่าวหาเช่นนี้ สส.ปารีณาได้นำโพสที่มีหลายโพสต์มารวมภาพแล้วแชร์ ในนั้นมีทั้งภาพของคนทำงานภาคประชาสังคมในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้ที่ถูกจับ ผู้โพสต์อ้างว่าเป็นหลักฐานแสดงความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อเหตุในสามจังหวัดภาคใต้กับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากบุคคลในภาพทำงานให้พรรค นอกจากนั้นยังแชร์ภาพการไปเยือนครอบครัวของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ กรณีอาการสมองบวมจากค่ายทหารที่ปัตตานีของนส.พรรณิการ์ วานิช ของพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเปรียบเทียบกับการที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมไปเยี่ยมเหยื่อระเบิดว่าการกระทำของนส.พรรณิการ์เหมาะสมหรือไม่”

ด้าน นายมะยุ เจ๊ะนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ(คปส.) ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สถานีตำรวจภูธร เมืองปัตตานีในวันนี้คือ 4 ส.ค. กรณีที่มีเพจชื่อ Aruj panachinbonehorn Ronnachai saibunnaและบุคคลอื่น ๆ ที่คอมเมนท์ ได้เอาภาพตนไปเปรียบเทียบกับผู้สงสัยเหตุการณ์ระเบิดที่กรุงเทพว่าเป็นคนเดียวกัน ซึ่งการโพสต์รูปภาพลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ภาพของนายมะยุปรากฎเป็นหนึ่งในสเตตัสที่กล่าวหาทำนองนี้และสส.ปารีณาได้นำไปแชร์ต่อดังกล่าวด้วย

Advertisement