หน้าแรก การเมือง บทนำ : อย่าเก...

บทนำ : อย่าเกลียดพะโล้

7.08.19 | 10:30 น.

กรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ให้แม่ครัวนำไข่พะโล้บูดมาล้างน้ำนำกลับมาต้มใหม่
ให้นักเรียนกิน ในโครงการอาหารกลางวัน ผลกระทบมิใช่เพียงแค่สะท้อนความคิดของผู้บริหารโรงเรียน และความเสี่ยงต่ออนามัยของเด็กเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบด้านอื่นด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนอย่างน่าสนใจว่า อาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนจะต้องเป็นอาหารที่ปลอดภัย มีแหล่งที่มาปลอดภัย ผ่านกระบวนการผลิตอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม ก่อนนำมาปรุงอาหารให้แก่เด็ก อาหารต้องพร้อมรับประทาน พร้อมเสิร์ฟทันที ไม่ควรปรุงค้างไว้เป็นระยะเวลานาน หรือค้างคืน เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศไทยค่อนข้างร้อนจัด ทำให้อาหารเสียหรือบูดได้ง่าย


อธิบดีกรมอนามัยแนะนำว่า การเสิร์ฟอาหารวันต่อวันเป็นวิธีการป้องกันอาหารเสียได้ดีที่สุด เมื่อเด็กทาน
อาหารบูดจะเกิดอาการท้องเสีย เนื่องจากเชื้อโรคที่มีอยู่ในอาหารและประเด็นสำคัญคือจะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อเด็ก ทำให้เด็กไม่อยากทานอาหาร ท้ายสุดจะทำให้เด็กขาดสารอาหารในร่างกาย ซึ่งเด็กเป็นวัยที่ยังเจริญเติบโต มีความต้องการพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอมากกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง พร้อมกับชี้ว่า เมนูไข่พะโล้ เป็นเมนูโปรดของเด็ก เป็นเมนูอาหารยอดนิยมในโรงเรียน ไข่และเนื้อสัตว์เป็นอาหารที่ทำให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการ ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเมนูไข่พะโล้เป็นเมนูที่ดี อย่าทำให้เด็กเกลียดเมนูไข่พะโล้

นับเป็นคำแนะนำที่ทุกโรงเรียนน่าจะต้องรับฟังและศึกษา โดยจัดทำอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้เด็ก
ด้วยสำนึกของความเป็นครูที่มีความรักและห่วงใยเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นเยาวชน ประชาชนที่มีคุณภาพ สร้างทัศนคติที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านการดูแลเอาใจใส่ ให้การศึกษาในทุกด้าน รวมถึงความเข้าใจในด้านโภชนาการ โรงเรียนอาจจะมีงบประมาณไม่มากนัก แต่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารหลากหลายอย่างให้เลือกใช้โดยที่ราคาไม่สูงมาก รวมถึงไข่พะโล้ ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับการเติบโตของเด็กๆ