เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน กล่าวในเวทีเสวนา “การแก้ไขรัฐธรรมนูญกับกระบวนการมีส่วนร่วมนอกสภา” ว่า ที่ผ่านมามีการฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่าโดยอำนาจที่ไม่ชอบธรรม ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดจริงหรือไม่ และควรมีที่มาที่ไปอย่างไร
“เมื่อลงรายละเอียด เห็นเพียงแค่ว่าใครได้ผลประโยชน์อย่างไร ในเรื่องอำนาจทางการเมืองไม่เห็นเรื่องของชาวบ้าน ไม่มีกฎหมายใด ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่สร้างสำนึกเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่รุนแรงไม่ต่างจากน้ำท่วมปี 2554 ในหัวรัฐบาลมีแต่เรื่องภัยความมั่นคง มีแต่การคอยสอดส่องว่าใครตำหนิรัฐบาล อยากให้มองรัฐธรรมนูญกับภัยแล้งเป็นเรื่องเดียวกันที่จะต้องตื่นตัวในการแก้ไขปัญหา”นายเลิศศักดิ์กล่าว
นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านดวงเมือง ที่พอจะทำนายได้ว่าบ้านเมืองจะวิปริต อาเพศขนาดไหน เพราะแค่นายกฯกล่าวคำถวายสัตย์ฯก็ยังไม่ครบถ้วน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีรากเหง้าของรัฐธรรมนูญปี 2540 อย่างสิ้นเชิง ต่างจากปี 2550 ที่ยังร่างด้วยการใช้ 2540 เป็นตัวแบบ องค์กรอิสระเป็นแขนขาปกป้องคณะรัฐประหาร
“ปัญหาใหญ่อีกเรื่องคือรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่เอื้อให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กที่สอดคล้องกับความต้องการและปัญหาของประชาชน อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าชนชั้นกลางส่วนใหญ่กำลังเป็นทาสรับใช้ชนชั้นศักดินา ไม่สร้าง ไม่ผลิต หวังเพียงการเลื่อนชั้นทางสังคมให้ตัวเองสูงขึ้น และยังเหมือนว่ารับธรรมนูญฉวบับนี้เป็นพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ของฝ่ายขวา”นายเลิศศักดิ์กล่าวและว่า ส่วนเรื่องการปลดปล่อยนักโทษทางการเมืองไม่น่าจะลุกลามอะไรมากนัก จำเป็นจะต้องแก้ไขเรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญ
นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า ถ้าจะต้องมีการแก้ไข ส่วนที่แย่ของรัฐธรรมนูญยังมีกฎหมายประกอบรัฐธรรนูญอีกหลายฉบับ เช่น กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวที่ การเปิดช่องนายกฯคนนอก, ส.ส. ปั่นป่วน, ส.ว. แต่งตั้ง ต้องยกเลิกทั้งยวง เพราะทำให้ถูกวิจารณ์จากสากลโลก ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นเผด็จการอำนาจนิยม
“ที่มาของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการลบล้างหน่อเนื้อจากรัฐประหารได้ดีที่สุด คือ การยกร่างทั้งฉบับ และสร้างสำนึกหวงแหนรัฐธรรมนูญ ผ่านการทำประชามติของประชาชนทั่วประเทศ บ้านเราผ่านยุครุ่งเรืองมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 2475 และ 2540 ที่ประชาชนร่วมกันร่างรัฐธรรมนูนญ เรากำลังมุ่งหน้าสู่ยุคที่ 3 ยุคที่เราจะร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้กลไกจะซับซ้อนและยากในการแก้ แต่จะบีบคนนอกสภาให้ไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการแก้ยาก คือภาวะผูกพันที่รอวันระเบิด” นายเลิศศักดิ์กล่าว
ด้าน นางนุชนารถ แท่นทอง จากเครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวว่า ต้องการเห็นสังคมที่เป็นธรรม ประชาชนเข้าถึงสิทธิ โดยในปี 2540 อย่างน้อยประชาชนทุกชนชั้นมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ มีสิทธิและเข้าถึงได้ มีการเคารพศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ปัจจุบันกฎหมายที่มีคนเขียนให้เราทำตามกลับไปปกป้องชนชั้นนำ และลิดรอนสิทธิของชนชั้นกรรมาชีพ เกษตรกรที่ต้องดิ้นรน ที่ดินตอนนี้ถูกมองเป็นสินค้าที่ถูกกว้านซื้อกักตุน รวมถึงการขอคืนที่ดินที่รัฐพยายามประเคนในนายทุนเข้ามาลงทุน เพราะคำว่าเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งไม่รู้ว่าพิเศษสำหรับใคร
นางนุชนารถกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นธรรม ควรจะต้องฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและให้ประชาชนร่วมกันร่างฉบับใหม่ เพราะยุทธศาสตร์ชาติล้อไปด้วยกันกับรัฐธรรมนูญ ถ้าประชาชนลุกขึ้นมาร่วมกัน อย่างไรก็ต้องเป็นไปได้แน่นอน

