หน้าแรก การเมือง อนุทิน ชาญวีร...

อนุทิน ชาญวีรกูล แม่ทัพ”ภูมิใจไทย”-สู้ทุกกติกา

6.06.16 | 10:30 น.

หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์มติชน ในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ และการจับมือกับฝ่ายทหารตั้งพรรคการเมือง

– ร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง

ผมไม่ได้มองที่เนื้อหานะ แต่ผมมองว่า บ้านเมืองของเราค่อนข้างที่จะประสบความขลุกขลัก และความไม่เป็นเอกภาพในทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้น สิ่งใดก็ได้ที่จะทำให้ระบอบที่เป็นที่ยอมรับในสากลกลับมาสู่บ้านเมืองของเรา เพราะทุกวันนี้เราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเราเอง ต้องทำมาค้าขายกับคนทั่วโลก แค่เขามีความสงสัยในความไม่แน่นอนของประเทศไทย หรือมีความไม่เชื่อมั่นในระบบกฎหมาย คดีความต่างๆ ในประเทศไทย เราก็จะเดือดร้อนได้ แต่เราก็ต้องเขาใจว่า เวลาที่เป็นประชาธิปไตยเต็มตัวนั้น บริหารบ้านเมืองกันแบบไม่บันยะบันยังส่วนไหนที่ทำผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องได้ก็ทำแบบไม่เกรงใจประชาชน และประเทศชาติเลย เพลิดเพลินกับอำนาจที่มี ทหารก็มีความจำเป็นในการเข้ามาทำให้สงบเรียบร้อย แต่ช่วงเวลาที่เข้ามาก็มีแค่ช่วงเดียว เพราะระบอบแบบนี้อยู่นานไม่ได้อีก

ดังนั้น สำหรับผม ตัวรัฐธรรมนูญเราดูจากคนที่เกี่ยวข้องในการร่าง ซึ่งเอ่ยชื่อมาแต่ละคนก็ไม่ได้เป็นบุคคลที่หาต้นชนปลายไม่ถูก และเชื่อว่าชื่อเสียง ชื่อชั้น รวมถึงคุณสมบัติของคนเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าใครที่ไม่หวังดีกับประเทศชาติ ดังนั้น ต้องถือว่าเจตนารมณ์ของคนเหล่านั้นคือต้องการให้ประเทศชาติกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ส่วนเนื้อหา หากไม่มีระยะเปลี่ยนถ่าย ไม่สามารถตรวจสอบอะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เลย หรือไม่ได้ความปกติสุขกลับคืนสู่บ้านเมือง ไม่มีใครยอมเดินออกไปโดยที่ไม่มีความมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย สำหรับเราเองในฐานะพรรคการเมือง ทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ก่อน อย่างน้อยประชาชนที่ไม่มีอำนาจอะไรเลยยังได้ใช้สิทธิของตัวเอง

– แสดงว่ารับได้กับข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

Advertisement

ข้อจำกัดคืออะไร ถ้าเรามีเจตนารมณ์ที่ดี เช่น ถ้าเราเข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร มีการตรวจสอบที่เข้มข้นหนักขึ้น มีคนที่สามารถคอยคานเราเมื่อเราใช้อำนาจไม่ถูกต้อง มีอะไรต้องเกรงกลัว ดีเสียอีกที่มีคนมาคอยแสตมป์ว่าอันนี้ถูกแล้ว ชอบแล้ว อย่าไปคิด ณ ตอนนี้ว่ารัฐบาลจะทำอะไร แล้วองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาขวาง หรือยกเลิกไปเสียทุกอย่าง ถ้าคุณทำเพื่อส่วนรวมแล้วเขายังขวางคุณ เขามีหน้าที่ที่จะต้องไปชี้แจงหรืออธิบายให้ประชาชน ทุกอย่างอยู่ที่เจตนารมณ์ และความต้องการรับใช้บ้านเมือง จะรอให้ถึงวันที่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมือง นักการเมือง หรือคนเล่นการเมืองหรือ ถามว่าเป็นได้ไหมที่เขาจะทำให้ สำหรับผมคือเป็นไปไม่ได้ อะไรที่ไม่ดีอย่าไปกังวล รัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้ไม่ได้ ถ้าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง อย่างไรก็ต้องผ่าน

– เรื่องนายกฯคนนอก

ทุกวันนี้ นายกฯคนนอกไหม 2 ปีกว่าแล้ว ถามว่าเดือดร้อนไหม ก็ไม่เดือดร้อน ดังนั้น นายกฯคนนอกคนในไม่เกี่ยว ขอให้ทำให้เศรษฐกิจฟื้น ความแตกแยกได้รับการแก้ไข เกิดความมั่นคงของนโยบาย ค่อยว่ากัน เขาไม่ได้บอกว่าเลือกตั้งครั้งหน้าต้องเป็นนายกฯคนนอกเท่านั้น ทั้งนี้ไม่มีใครสู้แรงกดดันของประชาชนได้หรอก เพราะถ้าสู้ได้ก็ไม่ต้องมีการเลือกตั้งสิ แม้แต่ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในปัจจุบันก็ไม่เคยพูดแม้แต่คำเดียวว่าประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างนี้ไป 5 ปี 10 ปี มีแต่พูดอย่างเดียวว่าโรดแมปจะต้องทำให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วแต่ก็มีการวางโครงข่ายไว้ 10-20 ปี

คนฝันได้ วางแผนได้ ส่วนการทำให้ลุล่วงหรือไม่ อยู่ที่ผลงาน และการกระทำ ถ้าทำดี เศรษฐกิจดี ทุกอย่างดี คนไม่มาคิดหรอกว่านี่ระบบอะไร แต่เมื่อเป็นระบบแบบนี้ต่อให้เจตนารมณ์ดีขนาดไหน ระบบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยค้าขายก็โดนแซงก์ชั่น โดนแรงกดดันจากนานาอารยประเทศซึ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะบอกว่าไม่แคร์ก็ไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ซื้อ ผู้นำของประเทศเราไม่สามารถไปรับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ เมื่อไปเยือนเขาไม่ได้ เขาก็ไม่มาเยือนเรา การค้าก็ไม่เกิด มีทางเดียวที่จะฝืนคือบอกว่าประเทศไทยปิดประเทศ แล้วทำได้ไหมล่ะ ผมว่านายกฯคงตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว จึงไม่มีครั้งไหนที่ท่านบอกว่าจะไม่คืนอำนาจ หรือไม่คืนระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน

– แต่วันนี้รัฐธรรมนูญอาจกลายเป็นชนวนหนึ่งของความขัดแย้ง และพรรคการเมืองหลายพรรคก็ต้องการให้มีการปลดล็อกให้มีการพูดคุย

ไม่มีหรอก ทั้งนี้อย่างไปดูอะไรที่เป็นไปไม่ได้ คนเราอาสามาเล่นการเมือง อาสามาบริหารบ้านเมือง วุฒิภาวะจะต้องถึงพอที่จะมองได้ว่าเขายอมได้ ของเหล่านี้เขายอมไม่ได้ ถ้าเขาพร้อมให้การเมืองมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ตั้งเราไปเป็น กรธ.แล้ว นี่ร่างมาตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นมีนักการเมืองเข้าไปยุ่งสักคน แล้วไปขวางแล้วจะยังไง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้มองว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประเทศไทยทั้งหมด แต่ผมมองว่าสิทธิของประชาชน ความเป็นสากลสำคัญที่สุด ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สำคัญเท่ากับการทำให้เกิดความยั่งยืน มั่นคง

– ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะทำอย่างไรต่อไป

ผมตอบไม่ได้ เพราะผมต้องอยู่บนโลกของความจริง ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด เพราะถ้าให้ผมกำหนด ผมก็เชื่อว่าประชามติจะผ่าน แต่ผมเป็นผู้เล่น เจตนาผมจะเล่นให้ดีที่สุดตามกติกา ดังนั้นกติกาจะเขียนอย่างไรผมรับได้หมดแปลว่าเชื่อว่าประชามติจะผ่าน และพร้อมที่จะเลือกตั้ง

ผมเชื่อในการตัดสินใจของประชาชน ผมคิดอย่างนี้จริงๆ ผมมีนโยบายของพรรคผมอยู่ในหัวอยู่แล้วว่าผมจะทำอะไรให้กับบ้านเมืองบ้าง ผมก็ทำตามที่ผมเชื่อ

– เรื่องกระแสการตั้งพรรคทหารที่บอกว่ามีการดิลผ่านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ โดยสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ไปถามเขาทั้ง 2 ท่าน ผมไม่รู้เรื่อง วันนี้ผมเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผมก็ยังไม่เห็นมีใครมาขอร่วมเป็นพาร์ทเนอร์

– ถ้ากรณีที่ไม่ใช่ใช้พรรคภูมิใจไทย แต่มีการดึง ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยไปตั้งพรรคใหม่ ซึ่งเป็นพรรคของทหาร

ผมก็เชื่อว่าผมก็มีดีพอที่จะทำให้คนที่เป็นสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยมีความเชื่อมั่นว่าความคิด หรือนโยบายของพรรคในเรื่องต่างๆ นั้นจะทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เลือกเขาเข้ามา วันนี้ผมเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถ้าผมเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีดีเลย ผมไม่มีความสามารถอะไรเลย ผมคงไม่มารับตำแหน่งตรงนี้ แต่ผมเชื่อว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้างให้กับบ้านเมือง

– มีความเป็นไปได้ไหมที่จะมีพรรคใหม่ของนายเนวิน ที่จะตั้งให้ พล.อ.ประวิตรในฐานะที่สนิทกับคุณเนวินมีความเห็นอย่างไร

ท่านเนวินไม่เคยคุยกับผมเรื่องนี้ ชีวิตผมตั้งแต่อยู่ภาคธุรกิจ จนปัจจุบันนี้ ผมอะไรก็ได้ “No news is good news.” ท่านเนวินไม่เคยคุยกับผมเรื่องตั้งพรรคใหม่ ถ้าท่านตั้งพรรคใหม่กับใครก็ตาม ถ้าท่านอยากจะไปตั้งจริงๆ ผมจะไปห้ามท่านได้ไหม

– จะเป็นการแยกกันเดินเพื่อร่วมกันตีหรือไม่

ไม่มี แค่มี 2 ขา ยังยืนไม่ค่อยอยู่ กระแสเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์อะไร ของใคร คุณวิชัยก็ให้สัมภาษณ์ว่าท่านทำธุรกิจ ไม่ได้มาเล่นการเมือง ไม่เคยมีความสนิทสนม เรื่องเหล่านี้ไม่เกิน 18 เดือนนับจากวันนี้ไปก็โผล่หมดแล้วแหละ ค่อยไปว่ากันตรงนั้น และถ้าผมจะทำพรรคภูมิใจไทยต่อไม่ได้ ผมก็เอาอาคารพรรคไปสร้างคอนโดก็แค่นั้นเอง

วันนี้รัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไรยังไม่รู้เลย สำหรับผม รัฐธรรมนูญผ่านก็คิดอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ผ่านก็คิดอีกอย่างหนึ่ง แต่ที่จะเปลี่ยนคือนโยบายของพรรคผม เพราะพรรคการเมืองมีหน้าที่คิดนโยบายให้ประชาชน ให้เหมาะสมกับบ้านเมือง ใช้งบประมาณที่พอดี แต่สามารถกระจายไปทั่วประเทศได้ รูปแบบ และระบบต่างๆ ต้องเข้ากับวิถีชีวิตคนไทย รถไฟความเร็วสูงอาจจะสะดวก แต่ต้องดูว่าสะดวกทั่วทั้งประเทศหรือไม่ ไม่ใช่ครอบคลุมแค่เฉพาะ กทม. ต้องหาสิ่งที่ใช้งบน้อยแต่ประชาชนได้ประโยชน์มาก อย่าลืมว่าประเทศไม่ใช่กรุงเทพฯ อย่าดูแค่คนเมืองใหม่จะได้อะไร แต่ต้องดูว่าคนที่อยู่ห่างไกล และความเจริญเข้าไม่ถึงเขาจะต้องได้อะไร ที่ผมบอกว่าอะไรก็ได้ ไม่ใช่ว่าผมไม่มีจุดยืน แต่ผมรู้ว่าเมื่อไหร่จะสู้ เมื่อไหร่จะวิ่งหนี การตายคาอุดมการณ์โดยไม่ได้ทำประโยชน์ให้ใครเลยมีแต่ในเทพนิยายเท่านั้นแหละ