พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งเป็นการนั่งให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับไทยมีรัฐบาลใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคมว่า ไทยกำลังต่อสู้กับสงครามลูกผสมซึ่งเป็นฝีมือของศัตรูที่ใช้ข่าวปลอมเพื่อทำให้วัยรุ่นไทยหันมาต่อต้านกองทัพและสถาบัน โดยเขาระบุว่าการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เน็ตในยุคนี้ไม่ต่างจากการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในยุค 1970-1980
“ภัยคุกคามในขณะนี้ก็คือข่าวปลอม มันเป็นเหมือนสงครามไซเบอร์ และเมื่อมันมารวมกับเหตุระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน มันจึงเป็นสงครามลูกผสม”พล.อ.อภิรัชต์กล่าว และว่า เหตุระเบิดหลายครั้งที่เกิดขึ้นขณะที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 52 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรัฐมนตรีจากชาติมหาอำนาจมากมายเดินทางมาร่วมประชุมนั้นเป็นความตั้งใจที่จะบ่อนทำลายรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ของไทย
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ปัจจุบันศัตรูไม่ได้เปิดเผยตัวให้เห็นเช่นในอดีต ดังนั้นเราต้องทำการปรับปรุงและพัฒนาองค์ความรู้ของเราใหม่ ต้องมีการจัดระบบหน่วยงานของเรา และสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบและความมั่นคงของชาติ
อย่างไรก็ดีพล.อ.อภิรัชาต์ปฎิเสธที่จะระบุถึงชื่อของผู้ที่เขาสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังกระบวนการโฆษณาชวนเชื่อและการวางระเบิดที่เกิดขึ้น โดยเรียกระบุถึงกลุ่มที่ไม่มีการชี้เฉพาะเจาะจง แต่กล่าวว่า “พรรคการเมืองบางพรรคที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีมานี้มีแนวนโยบายที่จะโฆษณาชวนเชื่อตรงไปยังคนที่มีอายุตั้งแต่ 16-17 ปี และให้ความรู้คนกลุ่มนี้ด้วยข่าวปลอม”
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวด้วยว่า “ตราบใดที่ผมยังดำรงตำแหน่งนี้อยู่ ผมจะไม่ปล่อยให้ทหารล้ำเส้น หลังการเลือกตั้ง กองทัพต้องถอนตัวออกไป ทหารจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และตราบเท่าที่ผมดูแลอยู่ จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น”
ขณะนี้กองทัพทำหน้าที่ตรวจสอบการโฆษณาชวนเชื่อที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถาบันเบื้องสูง แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิด เพราะขณะนี้รัฐบาลและทหารทำงานแยกกัน

