เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความ กรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ตอนหนึ่งกล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง ได้สร้างสงครามข่าวลวงต่อต้านกองทัพและสถาบันขึ้นมาเพื่อล้างสมองคนรุ่นใหม่
แม้ในการให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. จะไม่ได้ระบุชื่อพรรค แต่อ่านแล้วปฏิเสธยากว่าหมายถึง #พรรคอนาคตใหม่
เรื่องนี้สะท้อนปัญหาอยู่ 3 เรื่อง
เรื่องแรกก็คือสิ่งที่ ผบ.ทบ. พูดอยู่เสมอ ว่าตั้งแต่นี้กองทัพจะต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง หลังการเลือกตั้งแล้วจะถอยออกจากการเมือง เอาเข้าจริงแล้วสิ่งที่ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดคือ “เรื่องการเมือง”
เข้าจริงๆ แล้ว ถ้าทำตามมาตรฐานสากล ทำตามมาตรฐานประชาธิปไตย ผบ.ทบ. จะต้องไม่ให้สัมภาษณ์ชี้นำในเรื่องการเมืองอย่างที่ให้สัมภาษณ์ไป
ประเด็นที่สอง พล.อ.อภิรัชต์เข้าใจนิยามของคำว่า fake news ผิด เพราะความจริง fake news คือข่าวเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างทางการเมือง
ผมยืนยันว่าตั้งแต่ก่อตั้งพรรคขึ้นมา เรารณรงค์ทางการเมือง เป็นการทำงานทางความคิดกับผู้คนในสังคม กับเยาวชน ไม่ใช่เรื่องข่าวเท็จข่าวลวงใดๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็มีวิจารณญาณในการประเมินในการตัดสินใจอยู่ จึงอยากให้พล.อ.อภิรัชต์เข้าใจความคิดของคนรุ่นใหม่ อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อสิ่งที่เขาคิดเป็นเรื่องที่ถูกปลุกปั่นยุยง
ตรงกันข้ามพรรคอนาคตใหม่ต่างหากที่ถูก fake news จำนวนมากโจมตี แล้วเราก็พยายามอดทนมาก พยายามไม่ดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราเชื่อว่าต่อให้มี fake news อยู่ในสังคมมากขนาดไหน สุดท้ายประชาชนคนไทยมีวิจารณญาณที่จะตัดสินได้ว่าข่าวไหนเป็นข่าวจริง ข่าวไหนเป็นข่าวเท็จที่ปลอมขึ้นมา
ประเด็นที่สาม ทัศนคติจากสิ่งที่ให้สัมภาษณ์มานั้นสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า Clash of Generations มากเกินไป ผมยืนยันว่าการตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมานั้น เราต้องการรวบรวมคนทุกกลุ่มทุกพลังเพื่อออกจากความขัดแย้งเดิมๆ ในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา แล้วเดินหน้าไปสู่อนาคต
เราไม่ได้คิดว่าพรรคอนาคตใหม่จะเป็นพรรคของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่เราต้องการทางออกให้คนที่ทนกับสภาพความขัดแย้งไม่ไหวมากกว่า หาทางออกไปสู่อนาคตใหม่ด้วยกัน
ดังนั้นสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์มาจะเป็นการกีดกันคนกลุ่มหนึ่งคือเยาวชนคนหนุ่มสาวออกไปมากยิ่งขึ้น
ผมยืนยันว่าอย่ากังวลใจไปกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ผู้บัญชาการทหารบกเองก็ต้องรับฟังคนรุ่นใหม่บ้าง ความคิดของคนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่ากีดกันเขาออกไป อย่าผลักไสเขาออกไปเพียงเพราะว่าเขามาสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่
ผมเรียนด้วยความปรารถนาดีจริงๆ ว่าแทนที่จะผลักใสคนรุ่นใหม่ออกไป แทนที่จะกล่าวหาว่าเขาถูกยุยงปลุกปั่น แทนที่จะบอกว่าเขาหลงผิดไปเชื่อข่าว fake news ผบ.ทบ. ควรจะทำงานร่วมกับเขามากยิ่งขึ้น แล้วพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของประเทศควรจะเดินทางไหน
ในอดีตที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงก็ทำแบบที่ ผบ.ทบ. ทำมาแล้วหลายครั้ง ผมคิดว่ามาหาวิธีการดีกว่า ดีกว่าไปกล่าวโทษกันไปกันมาว่าใครถูกล้างสมอง ใครถูกยุยงปลุกปั่น ใครถูก fake news หลอกลวง
พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับกองทัพ ไม่เคยมองกองทัพเป็นศัตรู เพียงแต่เราไม่สนับสนุนให้กองทัพยึดอำนาจก่อรัฐประหาร
เราต้องการให้กองทัพปฏิรูป ให้เป็นกองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นกองทัพอาชีพ เป็นกองทัพที่ทันสมัย ไม่ใช่กองทัพที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง
ประเทศไทยขาดกองทัพไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราต้องการปฏิรูปให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยเท่านั้น
และสิ่งที่เรารณรงค์มาทั้งหมดนี้ ก็เป็นไปด้วยความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น ไม่ได้นำมาซึ่งความวุ่นวาย

