‘ประยุทธ์’เป็นประธานมอบรางวัลวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาไม่ใช่มอบรางวัลแล้วถ่ายรูป วอนต่างชาติร่วมมือ ยอมรับทุกปัญหาเกิดจากความเหลื่อมล้ำ ยากจนต้องเร่งแก้ไข ลั่นข้าราชการต้องไม่เกี่ยวข้องในทุกเรื่อง ระบุออกมาตรา 44 ป้องกันปราบปรามไม่ให้คนทำความผิด ขออย่ากดดัน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 ภายใต้แนวคิดหลัก “ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยการค้ามนุษย์” และมอบรางวัลด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ความสำเร็จวันนี้ถือเป็นเพียงขั้นที่ 1 เท่านั้น แต่ผลสำเร็จขั้นสุดท้ายต้องให้ได้ 100% จะต้องให้เกิดขึ้นทั้งในภูมิภาคและจังหวัด ถ้าจะให้ได้ผลสำเร็จทุกอย่างจะต้องได้ 100% หรือ 90% นั่นหมายถึงจะต้องไม่มีกระบวนการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในไทย ทุกฝ่ายจะต้องคิดว่าทำอย่างไร ปัญหาเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ดังนั้นในแต่ละปีอย่าให้การทำงานเป็นเพียงการประชาสัมพันธ์ถ่ายรูปแล้วก็จบ ต่อจากนี้ไปผลงานจะต้องปรากฏให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม และผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามกรอบ และโรดแมปในแต่ละด้าน และช่วงเวลาของแผนการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องไม่มีปัญหาการค้ามนุษย์ และทุจริตผิดกฎหมายอีกต่อไป รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ไว้โดยกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนเป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ทั้งหมดจะต้องเข้าใจประเด็นปัญหาว่าอยู่ที่ไหน ก่อนหน้ามีอะไรเกิดขึ้น และปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ถ้าสามารถสร้างโครงข่ายความร่วมมือได้ และทำพร้อมกันทั้งอาเซียน ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้นทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง
“อย่าแก้ปัญหาเพียงแค่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือหน่วยงานใดเพียงลำพัง ไม่สามารถจะแก้ได้ เพราะเกี่ยวข้องจากหลายส่วนทั้งจากต้นทาง กลางทาง และปลายทาง หลายคนอาจจะเบื่อคำนี้ แต่ผมไม่รู้จะใช้คำไหน ใช้อะไร หรือจะใช้คำว่า ต้น ใบ ราก ไม่ว่าผมพูดอะไรก็ผิดไปหมด จับผิดคำพูดมากกว่าจับสาระ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯกล่าวว่า ในส่วนปัญหาของสังคมโลก มีทั้งเรื่องการละเมิดสิทธิ โดยมีรูปแบบมากมาย ซึ่งปัญหาต่างๆ รวมทั้งกระบวนการค้ามนุษย์ เกิดจากปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ในทุกอาชีพ มีคนที่มีรายได้น้อยจำนวนมาก ทำให้เกิดการไขว่คว้าแสวงหาสิ่งที่ดีขึ้น และมีคนมาใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ทำให้เกิดปัญหาการหลอกลวง การบังคับ ทุกปัญหามักเกิดขึ้นจากความยากจน ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นทุกประเทศในอาเซียนได้สัญญาว่าจะร่วมมือกันแล้วในการแก้ปัญหาโดยการพัฒนา ทั้งในและนอกประเทศในลักษณะของไตรภาคี โดยประเทศที่พัฒนาแล้วต้องช่วยเหลือประเทศที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือด้อยพัฒนา ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ ขอร้องว่าอย่ามามัวแต่จับผิดกัน อย่าลืมว่าไม่เคยมีการทำเช่นนี้มาก่อนในลักษณะนี้ แม้วันนี้จะดีขึ้นมามากก็ตาม แต่ตนก็ยังไม่สบายใจเพราะไม่มั่นใจว่าวันข้างหน้าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ต้องขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงาน และขอร้องให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่าที่เราจะใช้คำสั่งกับบางอย่างที่น่ารำคาญ
“นี่คือการใช้อำนาจพิเศษที่เกิดประโยชน์กับประเทศ ประชาชน และภูมิภาค ในทุกประเทศถ้าไม่ทำให้ทุกอย่างสงบเงียบ สิ่งดีๆ ก็ไม่เกิดขึ้น หลายๆ ประเทศพยายามเข้าใจหน่อยแล้วกัน เราพยายามทำทุกอย่างให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม มุ่งมั่นปราบปรามลงโทษผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด โดยเน้นที่ผลลัพธ์ ซึ่งในส่วนของตนจับกุมมาได้ 150 คดี และต้องชี้แจงให้ได้ว่า 150 คดีนั้น มีการจับกุมส่งฟ้องศาลได้ทั้งหมดหรือยัง และมีการตัดสินคดีไหนแล้วบ้าง เนื่องจากส่วนเหล่านี้มีทั้งผู้ประกอบการ เหยื่อ เจ้าหน้าที่ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เจ้าหน้าที่ไม่ร่วมมือ ซึ่งมีทั้งไม่ตั้งใจ ไม่เอาใจใส่ หรือตั้งใจ เมื่อรัฐบาลไม่เอาใจใส่ ไม่กวดขัน ไม่เอาจริงเอาจัง ข้าราชการก็ไม่รู้จะทำอย่างไร มีหน้าที่แต่ไม่มีใครใส่ใจก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหลายเปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ประมาณร้อยละ 69.3 ใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย 580 ล้านบาท หรือร้อยละ 19 ของงบประมาณที่จัดสรร การแก้ปัญหาอยู่ที่การใช้กฎหมาย และคนจะเชื่อมั่น และปฏิบัติตามหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันโลกมีความขัดแย้งสูง เพราะมีคนทั้งฉลาดดี และฉลาดไม่ดี พยายามใช้กฎหมายมาต่อสู้ โดยใช้เรื่องสิทธิมนุษยชนมาต่อสู้กับรัฐ และกฎหมาย อาเซียนก็ต้องช่วยกันดู ทั้งเรื่องของโซเชียลมีเดีย การปลุกปั่นปลุกระดม การสร้างความเข้าใจผิดบิดเบือน เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่หากไปละเมิดสิทธิคนอื่น ในเรื่องการพิจารณาคดีต่างๆ ต้องทำให้รวดเร็ว แต่ต้องมีความเป็นธรรม ให้สิทธิ์ในการต่อสู้คดี การขนคนมาเป็นก็สามารถถ่ายทอดทางโทรทัศน์ได้ เพราะเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคไอซีที เราต้องใช้ระบบไอทีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกกิจกรรม ถ้ากฎหมายทำได้ก็ทำ และดูสากลด้วย ถ้าทุกคนถือกฎหมายคนละฉบับก็จะเกิดปัญหาอย่างเช่นทุกวันนี้ สิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องไม่ลงไปเกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆ และต้องบังคับใช้กฎหมาย และไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแล และห้ามใช้หลักทรัพย์ และสถานการณ์ในการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการประกันตัวผู้ต้องหา หรือจำเลย รัฐบาลทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ใช่ไปทะเลาะเบาะแวงกับคนที่ออกมาพูดทุกวันอย่างนี้ จนสังคมและต่างประเทศเกิดความไม่เข้าใจ
นายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันคดีอาญาทั้งหมด มีเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร พลเรือน นักการเมืองท้องถิ่น ถูกดำเนินคดีทางวินัย และอาญา 34 ราย ถูกพักราชการไปแล้วแต่ก็ต้องเร่งดำเนินการสอบสวน พร้อมลงโทษทางวินัยทันที และขอฝากปลัดกระทรวงยุติธรรมว่าให้ไปคิดแก้ปัญหากรณีที่ผู้ต้องหารับสารภาพทุกอย่างแล้ว แต่ถึงเวลาในชั้นศาลกลับปฏิเสธ ต้องไปดูว่าประเทศอื่นเขาทำอย่างไรก็กรณีนี้ การให้สิทธิคนต่อสู้สามารถทำได้ แต่เรื่องแบบนี้บางทีมันวุ่นวาย ขอให้ไปสอบถามประเทศเพื่อนบ้าน ว่ากรณีแบบนี้ทำอย่างไร แต่ถ้าศาลโลกหรือต่างประเทศเขาทำแบบนี้ก็ต้องทำตามหลักสากล ในส่วนการคุ้มครองช่วยเหลือผู้กระทำผิดกฎหมาย ผู้เสียหายเดิมจะต้องถูกปรับทันที ทั้งที่คดียังไม่ถึงสิ้นสุด สอบพยานก็ยังไม่ได้ ต้องมีการเยียวยาฟื้นฟู โดยเฉพาะกรณีที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนของชาติใด ต้องได้รับสิทธิและความเป็นธรรม ไม่มีปัญหาใดในโลกนี้ที่จะแก้ไขได้เพียงลำพัง
“อย่างรางวัลที่ได้รับมอบกันในวันนี้ ขอให้กำหนดรางวัลให้หน่วยงานเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้ได้มาตรฐาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ระดับล่าง รางวัลของหน่วยงานจะต้องมีผลในเชิงสัมฤทธิ์ออกมาตอบคำถามได้ด้วยตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ ต้องมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ และต้องคัดแยกผู้เสียหายให้ได้ดีที่สุด ที่ผ่านมาผมใช้อำนาจมาทั้งหมดในเรื่องต่างๆ ก็เพื่อเกิดความเป็นธรรมกับทุกคน การที่รัฐบาลออกกฎหมายมาตรา 44 เป็นการป้องกัน และป้องปรามให้คนไม่ทำความผิดแต่ก็ยังมีคนทำผิดมากกว่าเดิม เพื่อใช้มาตรา 44 ไปต่อสู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชน ตรงนี้คือความแตกต่าง เพราะฉะนั้นอย่ามากดดันเรามากนัก เพราะทั้งหมดเราทำเพื่อคนไทย และทุกประเทศเพื่อความเป็นมนุษยชาติที่ต้องคอยดูแลซึ่งกันและกัน ส่วนการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จิปาถะ ทั้งเรื่องขอทาน มีใครเคยแก้ไขปัญหาเรื่องวนิพก เดินร้องเพลงตามถนนบ้างหรือไม่ รัฐบาลนี้นำคนเหล่านี้ไปอบรมตั้งวงดนตรี เอามาร้องที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม สิ่งเหล่านี้ทำไมไม่ชี้แจง ผมไม่โกรธต่างประเทศที่เป็นเพื่อนเรา รวมทั้งเรื่องของโสเภณีบ่อเกิดจากปัญหาความยากจนทั้งสิ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว

