‘เต้’ ลั่น ไม่ร่วมรบ.ถ้าประยุทธ์ยังอยู่ แฉ พปชร.ผิดคำพูด 2 ครั้ง ซัดถูกบล็อกไม่ให้พูดปัญหาชาติ

13.08.19 | 15:18 น.

“มงคลกิตติ์” ร่ายยาว แจงเหตุผลประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ แฉรับไม่ได้ หลังผู้ใหญ่ “พปชร.” ผิดสัญญาไม่ให้ตำแหน่งผู้ช่วย รมต.ถึง 2 ครั้ง เตือน 9 พรรคระวังถูกหลอกซ้ำ พร้อมขู่รัฐบาลใกล้เสียงปริ่มน้ำ หวังนายกฯทำตัวเป็นชายชาติทหารแก้ปมปัญหาถวายสัตย์ เผยปลื้ม “ธรรมนัส” พึ่งได้ให้กู้  พร้อมโชว์พระกริ่งปวเรศ 50 ล้าน ปราบคนไม่รักษาสัจจะ


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมสมาชิกพรรค แถลงข่าวประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างเป็นทางการว่า พรรคได้มีการประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอเปลี่ยนสถานะจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระยืนข้างประชาชน โดยไม่ได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน แนวนโยบายของพรรคอะไรที่รัฐบาลทำถูกต้องก็จะสนับสนุน สิ่งใดไม่ถูกต้องก็จะคัดค้าน การทำงานของพรรคจะเป็นเอกเทศ ในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้มีแค่รัฐบาลและฝ่ายค้านแต่จะมีฝ่ายค้านอิสระอีก 1 คน

โดยนายมงคลกิตติ์ชี้แจงเหตุผลที่เข้าร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ต้องการเปิดสวิตช์ประเทศไทย ให้ประเทศก้าวสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสมบูรณ์และประเทศชาติเดินหน้าได้ นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ให้อำนาจ ม.44 หายไป ทหารกลับเข้ากรมกอง สร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติว่าประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยแท้จริง

ส่วนเหตุผลที่ออกจากฝ่ายรัฐบาล การทำงานในสภาในฐานะฝ่ายรัฐบาลไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาลเพราะต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ให้เกียรติกัน ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ กลับสวนทางกันทางนโยบายอย่างชัดเจน อาทิ การเร่งจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งและแอร์บัส 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท ทั้งที่การบินไทยขาดทุน แนวคิดหารายได้เพิ่มของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยการเพิ่มภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน 67 ล้านคน ทำให้ซ้ำเติมความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่แย่อยู่แล้ว จะทำให้ค่าครองชีพทุกด้านสูงขึ้น การออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ คือการแจกเงินประชาชน โดยการขาดวินัยทางการเงินการคลัง ซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะ จะแจกได้ก็ต่อเมื่อจัดงบประมาณเกินดุล รัฐบาลมีแนวโน้มจะกู้เงิน IMF มาใช้หนี้เงินต้นเดิมจากธนาคารญี่ปุ่น และชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยถูกบีบให้ต้องขายรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรออกไป

Advertisement

นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ใน พปชร.ไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น จน 10 พรรคต้องออกมาเรียกร้อง จนมาถึงขณะนี้มันสายเกินไปแล้ว และกรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ 2560 และไม่แสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือแก้ไขให้ถูกต้อง โดยจุดยืนของพรรคจากนี้ไป ตนและผู้บริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายบริหารใดๆ นอกจากตำแหน่ง ส.ส. และจะใช้สถานะ ส.ส.รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 77 จังหวัด นำเข้าสู่สภาเพื่อไขปัญหาต่อไป ซึ่งส่วนตัวยังเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ แต่ต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง ถึงจะบริหารประเทศต่อไปได้

นายมงคลกิตติ์ยืนยันว่า ตนกับ 9 พรรคเล็กยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เวลาทำงานในสภาก็ยังนั่งทำงานในที่เดียวกัน ตนยังรักพี่ๆ ทุกคนโดยเฉพาะพี่พิเชษฐ (สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย) ทั้งนี้ ยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐพยายามส่งแกนนำมาประสานปรับความเข้าใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งมีทั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว. โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัสที่ยังไว้ใจได้ เวลาพรรคไทยศรีวิไลย์ขัดสนยังไปขอยืมเงินได้

เมื่อถามว่าได้รับการประสานแล้วทำไมจึงไม่ยอมกลับไปร่วมรัฐบาลเหมือน 5 พรรคเล็ก นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า มันไม่เหมือนกัน เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นหากผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐรักษาคำพูด ซึ่งไม่ใช่ครั้งเดียวที่ผิดคำพูดแต่เป็นครั้งที่สองแล้ว คำพูดเปลี่ยนไปมาไม่ได้ ตนเป็นหัวหน้าพรรคมีสมาชิกพรรคเป็นหมื่นคนก็จะทำกลับไปกลับมาไม่ได้เหมือนกัน จากนี้การนำเสนอนโยบายของพรรคก็จะเสนอต่อสภา ได้พูดคุยกับประธานสภาแล้วว่าจะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระ และขอตั้งตัวเองเป็นประธานวิปฝ่ายค้านอิสระ และต่อไปในอนาคตหาก ส.ส.คนใดอึดอัดต่อการทำงานก็มาร่วมกันได้ และผลัดกันเป็นประธานวิป เราจะไม่มีการบีบบังคับให้พูดหรือไม่พูด

“ผมอึดอัดมาตั้งแต่วันแรกที่ตั้งกระทู้เรื่องซื้อเครื่องบินการบินไทย ถูกบล็อกทั้งจากกลุ่ม 10 พรรคเล็ก วิปรัฐบาล ผู้ใหญ่ในรัฐบาล ถ้าต้องทำงานแบบนี้อีก 3 ปี 10 เดือน คงอกแตกตาย จริงๆ ผมเริ่มคิดที่จะเป็นฝ่ายค้านอิสระตั้งแต่หลังนายกฯ แถลงนโยบายต่อสภา ตอนนั้นหมด ม.44 แล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะ ครั้งนี้เป็นเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งถือเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย ยืนยันถ้ารัฐบาลยังมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ผมก็จะไม่เข้าร่วม”

ส่วนการออกจากพรรคร่วมจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า รัฐบาลมี 254 เสียง เมื่อต้องมีการโหวตจะตัดเสียงประธานสภา และของตนออกไปจะเหลือ 252 และในอนาคตอาจมีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีทุจริตสนามฟุตซอล 3 คน ฝ่ายรัฐบาลก็จะเหลือ 246 ขณะที่ฝ่ายค้านมี 246 เสียง หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 คน เหลือ 245 ก็ยังถือว่ารัฐบาลสามารถทำงานได้แต่เสียงจะปริ่มน้ำ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลเสียงของรัฐบาลก็จะเหลือ 248 เพราะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะไม่สามารถโหวตให้ตนเองได้ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลทำถูกต้องก็ไม่มีอะไรต้องกังวล และไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมี ส.ส.ถูกชี้มูลเพิ่ม เพราะกรณีฟุตซอลยังมีอีกหลายจังหวัดยังไม่นับรวมคดีทุจริตจำนำข้าวที่ยังเหลืออีกกว่าร้อยสำนวน ซึ่งถ้า ป.ป.ช.ไม่เร่งดำเนินการก็จะถูกฟ้องฐานประวิงเวลา

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าเพราะต่อรองผลประโยชน์ไม่ได้จึงออกมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์กล่าวว่า เดิมทีตนไม่จำเป็นต้องต่อรองเลย เพราะ พปชร.รับปากว่าพรรคเราจะได้ตำแหน่งฝ่ายบริหาร 1 ที่ แล้วพรรคอื่นไม่ได้ จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องต่อรองประโยชน์ ถ้าได้ผลประโยชน์แล้วจะออกทำไม เรื่องผลประโยชน์แค่ 15% แต่อีก 85% เป็นเรื่องนโยบายที่ขัดแย้งกัน เช่น นายอุตตมต้องการหารายได้เพิ่มจากการขึ้นภาษีน้ำมัน แต่พรรคเราไม่เห็นด้วย ต้องการผลักดันเปิดเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กาสิโน เพื่อนำรายได้มาแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ ดังนั้นตนจึงควรได้รับตำแหน่งผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการคลังที่จะหาเงินเข้าประเทศ โดยเฉพาะดูปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรของบริษัทนำเข้ารถยนต์ขนาดใหญ่

เมื่อถามต่อว่ามีโอกาสกลับเข้าร่วมรัฐบาลอีกหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ย้ำว่าเป็นเรื่องของอนาคตอีกไกลซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวี่แวว ต้องดูว่ารัฐบาลเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร แต่ตอนนี้ต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอิสระและขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า 10 ปีที่ผ่านมาทำงานมาหลายอย่าง

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงกรณีนายกฯ กล่าวถวายสัตย์ไม่ครบว่า ถ้าเป็นตนก็ลาออกไปแล้ว เหมือนสมัยพระเจ้าเสือที่พันท้ายนรสิงห์ยอมตายเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาลทั้งที่ไม่ผิด แต่นี่นายกฯ เป็นชายชาติทหารยิ่งต้องมีสามัญสำนึกมากกว่าคนทั่วไป แต่ถ้านายกฯ ไม่ลาออก ก็เป็นเรื่องของประชาชนจะพิจารณาอย่างไร จะชุมนุมกันก็ได้

เมื่อถามต่อว่า คิดว่า 9 พรรคเล็กที่ยังร่วมรัฐบาลจะไม่ถูกหลอกในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองหรือ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า “ถ้าเราคุยกับผีก็จะถูกผีหลอก นี่เราตกลงกับคนยังโดนหลอก ความจริงมนุษย์ไม่น่าจะหลอกกัน นี่ขนาดยังไม่ตายยังหลอกกันขนาดนี้ ถ้าตายจะหลอกกันขนาดไหน ยืนยันว่าผมไม่กลัว ผมมีพระ” ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์กล่าวพร้อมโชว์พระกริ่งปวเรศทองคำที่พกติดตัว และระบุว่า พระองค์นี้มีพุทธคุณเอาชนะคนชั่ว คนไม่รักษาสัจจะ ซึ่งผมจะชี้แจงพระองค์นี้ในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยผมประเมินราคาไว้ที่ 50 ล้าน เพราะเป็นมรดกตกทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นและเชื่อว่านายกฯ คงจะไม่มี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระก็ได้มีกลุ่มประธานสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาตินำดอกไม้มาให้กำลังใจ พร้อมระบุว่าให้รักษาจุดยืนจะเปลี่ยนไปมาเหมือน 9 พรรคเล็ก คราวหน้าเลือกตั้งเชื่อว่าจะได้มาเป็นแสนคะแนน ขณะที่องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ก็ได้ยื่นข้อร้องเรียนในเรื่องการปกป้องพระพุทธศาสนาทันที