หน้าแรก การเมือง ‘ช่อ’ ชี้ แนว...

‘ช่อ’ ชี้ แนวคิด ‘บิ๊กแดง’ คล้าย ผบ.ทบ. ช่วงก่อนเกิด 6 ตุลา ยันอนค.ไม่ใช่ปฏิปักษ์กองทัพ

13.08.19 | 15:59 น.

‘ช่อ’ ลั่น ‘บิ๊กแดง’ ไม่มีสิทธิยุ่งการเมือง แนะ เอาเวลาไปทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก่อน พร้อมทวงถาม ‘พุทธิพงษ์’ ปมตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จี้นายกฯ-รองนายกฯ จัดการเรื่องนี้


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า ในสัปดาห์ที่แล้วตนได้สอบถามนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องการจัดตั้งศูนย์เฟคนิวส์ว่าควรที่จะมีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงคำอธิบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงประเด็นการใช้เฟคนิวส์ในประเด็นทางการเมือง เพราะประเด็นเรื่องเฟคนิวส์กลายเป็นประเด็นร้อนเพิ่มขึ้นเมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ มีการพูดถึงสงครามพันทาง และการที่พรรคการเมืองหนึ่งล้างสมองคนรุ่นใหม่ ซึ่งพุ่งเป้ามาที่พรรคอนาคตใหม่อย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อก็ตาม เป็นเรื่องที่มีปัญหามากถึงการมองเรื่องเฟคนิวส์ของภาครัฐ และประชาชนเริ่มวิตกกังวลถึงการเผยแพร่เฟคนิวส์ด้วยเช่นกัน เพราะมีการใช้เฟคนิวส์ในการเมือง เมื่อกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์รัฐ สำหรับพรรคอนาคตใหม่ก็ติดตามการตั้งศูนย์การป้องกันเฟคนิวส์อย่างต่อเนื่อง

น.ส.พรรณิการ์กล่าวอีกว่า ตลอดมานายพุทธิพงษ์ยืนยันว่า ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์นี้จะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง และระมัดระวังว่าจะไม่เป็นการใช้อำนาจไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือสื่อมวลชน เราได้เห็นว่าทางกระทรวงได้เริ่มการทำงานในส่วนนี้แล้ว จากการที่นายพุทธิพงษ์ออกมาตอบโต้กรณีข่าวที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ไปพูดเรื่องเศรษฐกิจไทย นายพุทธิพงษ์กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า การเผยแพร่ข่าวดังกล่าวเป็นการเผยแพร่เฟคนิวส์ แต่ก็ได้รับการวิจารณ์จากนักวิชาการว่า นายพุทธิพงษ์อาจจะต้องไปทำความเข้าใจเรื่องความหมายของคำว่าเฟคนิวส์ให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะข่าวที่เกี่ยวข้องของนายสมคิดเป็นข่าวเก่าที่เป็นความจริง เพียงแต่นำมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นการดำเนินงานของศูนย์นี้จึงมีปัญหาอย่างชัดเจน เมื่อมองย้อนกลับมาฝ่ายค้านอย่างพรรคอนาคตใหม่ก็ถูกโจมตีบ่อยครั้ง ทั้งการตัดต่อคลิปเสียงจนนำมาสู่แฮชแท็กเนชั่นโป๊ะแตก จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ หรือกรณีที่พรรคฝ่ายค้านถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ซึ่ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้แชร์ข่าวปลอมนี้ด้วย เราจึงอยากจะถามว่านายพุทธิพงษ์มีแนวคิดจะจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างไร

น.ส.พรรณิการ์กล่าวอีกว่า นายพุทธิพงษ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า การจัดการข่าวปลอม หรือข่าวลวงต่างๆ จะจัดการเมื่อมีผลกระทบต่อประชาชนโดยภาพรวมเป็นหลัก เช่น ข่าวปลอมการประกาศเหตุฉุกเฉินหลังเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ หมายความว่า ข่าวที่กล่าวหาว่ามีคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด กระทรวงดีอีถือว่าไม่กระทบต่อประชาชนโดยรวม เท่ากับข่าวปลอมเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งสองข่าวเป็นข่าวปลอมเหมือนกัน เพราะการกล่าวหาใครแบบนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ได้รับข้อมูลเท็จ อันจะนำไปสู่การสร้างความแตกแยกและการเกลียดชังในสังคมและประเทศชาติ ขอเรียกร้องว่าการใช้เฟคนิวส์ใส่ร้ายบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง นายพุทธิพงษ์ควรพิจารณ์ในประเด็นนี้ใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเช่นกัน อีกอย่างคือ นายพุทธิพงษ์เคยเปิดเผยว่าจะให้สำนักข่าวหรือสื่อมวลชนเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อแยกแยะข่าวปลอมร่วมกับศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์นั้น แต่ทางกระทรวงควรเปิดเผยว่าสำนักข่าวที่โดนเรียกไปให้ข้อมูลนั้นมาจากไหนบ้าง เพราะสำนักข่าวในไทยมีการเลือกการนับถือคนที่อยู่ในการเมืองต่างกัน และควรให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อสื่อทั้งหมดอย่างโปร่งใส

Advertisement

“สุดท้ายคือ ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ควรอิงกับคู่มือต่อต้านเฟคนิวส์ของยูเนสโก เพราะเป็นคู่มือที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นกลาง และมีความเป็นสากล หนึ่งเรื่องสำคัญในเนื้อหาของคู่มือนี้คือ ไม่สามารถให้รัฐเป็นผู้จัดการเฟคนิวส์ เพราะจะเกิดปัญหาที่เรียกว่า Ministry of Truth หรือกระทรวงสัจจะ ที่รัฐจะเป็นผู้ตัดสินว่าข่าวใดจริงข่าวใดปลอม มีความเสี่ยงที่จะใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยไปละเมิดสิทธิของสื่อและประชาชนในการแสดงความคิดเห็น โดยอิงกับผลประโยชน์ของตัวเอง ยกตัวอย่าง การวิจารณ์รัฐบาล ซึ่งอาจจะถูกตีตราว่าเป็นข่าวปลอมทั้งที่อาจจะไม่ปลอมก็ได้ เราอยากจะฝากถามถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง รวมถึง ผบ.ทบ.ด้วยว่า พวกท่านพูดอยู่เสมอว่าคนที่ปล่อยข่าวปลอมเป็นคนที่ไม่หวังดี ทำลายชาติบ้านเมือง ตนมองว่าเป็นเรื่องแบบกำปั้นทุบดิน เพราะเราอยากทราบว่ารัฐบาลจะจัดการคนที่ปล่อยข่าวลวง ข่าวปลอมอย่างไรมากกว่าที่จะเอาแต่กล่าวหาคนปล่อยข่าวแบบนั้น โดยให้ประชาชนเชื่อว่าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่เพื่อปกป้องประชาชน อย่าให้ประเทศไทยเดินหน้าไปจบแบบเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ข่าวปลอมทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนประชาชนต้องหันมาฆ่ากันและนองเลือด” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เรายืนยันว่าพรรค อนค.ไม่เคยมีความคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ เพราะประเทศยังจำเป็นที่จะต้องมีกองทัพและทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและปกป้องประชาชน แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือ การให้ทหารทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เป็นกองทัพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง และหันไปพัฒนาศักยภาพของตัวเอง แต่สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์กำลังทำอยู่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยสภาวะปกติที่รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ เป็นเรื่องที่ควรจะเป็น และ ผบ.ทบ.ไม่มีสิทธิออกความเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่ชี้เฉพาะไปที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

“ถ้าดูย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าแนวคิดของ พล.อ.อภิรัชต์มีความคล้ายกับแนวคิดของ ผบ.ทบ.ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาก ทั้งเพลงปลุกใจ และการโฆษณาชวนเชื่อว่า นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ในยุคนั้นมีแนวคิดอันตราย ไม่เป็นไทย และเป็นอันตรายกับสถาบันหลักของประเทศ อยากบอกว่าสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ ทำเป็นสิ่งที่อันตรายมาก”