บทนำ : เร่งรับมือเศรษฐกิจ

14.08.19 | 12:00 น.

สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ เพราะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะเป็นเศรษฐกิจขาลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารมาเป็นรัฐบาลใหม่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดทัพเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ แต่ในห้วงเวลาที่ไทยกำลังตั้งตัว ต่างประเทศได้ก่อเกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้นไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจ คือ สหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ที่กำลังประลองกำลังกันทางการค้าที่เรียกว่าสงครามการค้า และจะบานปลายกลายเป็นการประลองกำลังทางการเงิน หรือทำสงครามการเงิน

สถานการณ์อย่างนี้ไทยต้องเร่งสำรวจตัวเองและสำรวจโลก เพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ล่าสุด นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงถึงผลกระทบของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า ได้กำชับให้รายงานผลกระทบ เตรียมหารือในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ทั้งนี้ รัฐบาลทราบดีว่าการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอและสงครามการค้าตั้งแต่ต้นปี 2561 ทำให้มูลค่าการส่งออกช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ หดตัวลงร้อยละ 2.7 นายกฯ จึงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางรองรับผลกระทบ และปรับเปลี่ยนมาตรการระดับโครงสร้างเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์จากผลกระทบทางบวกให้ได้มากที่สุด

สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยที่จะต้องแก้ไขนั้นมีรายละเอียดต่างๆ อีกมาก เพราะทุกอย่างผูกโยงกัน เช่น ค่าเงินบาท ราคาพืชผลทางการเกษตร การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ความมั่นใจในการลงทุน และอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลต้องทำการบ้านและแก้ไขสถานการณ์เหล่านี้ให้คลี่คลาย โดยบอกกล่าวให้คนไทยรับทราบด้วย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้คนไทยรู้ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าทางเศรษฐกิจในช่วงเวลา 3 เดือน 6 เดือนอย่างไร ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชนจะเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไรถึงจะพ้นสถานการณ์เช่นนี้ไปได้ด้วยกัน ทุกอย่างต้องการเป้าหมาย ซึ่งหน่วยงานนำที่น่าจะมีบทบาทมากในเรื่องนี้คือรัฐบาล ดังนั้นการเตรียมการและการดำเนินการต่างๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์สั่งเอาไว้ สมควรจะมีการหารือและหาข้อสรุป แล้วบอกกล่าวประชาชน เพื่อร่วมกันดำเนินการในทันที เพราะสถานการณ์ที่เร่งเร้า ทำให้ไทยอยู่นิ่งๆ ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว