มติสภา 234 : 223 ซีกรบ.แพ้รอบ 2 ถกข้อบังคับ เจอ กมธ.เพื่อไทย ปลุกใจโหวตต้านรปห.

มติสภา 234 : 223 ซีกรบ.แพ้อีก เจอ 2 กมธ.เพื่อไทย ปลุกใจโหวตต้านรัฐประหาร หลังถกข้อบังคับ ปมสิ้นสุดอายุวิปสภา ชี้ไม่มีเหตุอื่นใด นอกจากครบวาระ-ยุบสภา

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่รัฐสภาเกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กล่าวว่า ในหมวด 3 ข้อ 12 ของร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ อดีตมีเพียงคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แต่ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ในอดีตไม่เคยมีสถานะเป็นที่รองรับ และได้มีการเพิ่มคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคัดเลือกจากวิปรัฐบาล 5 คน วิปฝ่ายค้าน 5 คน ซึ่งตนเสนอขอให้ตัดเรื่องสิทธิประโยชน์ออกไป เนื่องจากมีการกำหนดสิทธิประโยชน์ไว้แล้วในข้อ 15 ฉะนั้น การกำหนดสิทธิประโยชน์อีกในข้อ 12 จะเป็นการซ้ำซ้อน

ด้าน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า การคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาฯ สิทธิประโยชน์ คือเบี้ยประชุมเท่านั้น รวมถึงการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ให้เป็นไปตามที่ประธานสภาฯกำหนด จากนั้น ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก 448 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง

จากนั้น เข้าสู่การพิจารณา ข้อ13 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (1) สภาสิ้นอายุ หรือ สภาถูกยุบ หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด โดย กมธ.เสียงข้างน้อย ได้แก่ นายอดิศร เพียงเกษ กับนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ในฐานะกมธ.สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอสงวนความเห็นให้ตัดคำว่า “หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด” เนื่องจากเป็นคำที่สะท้อนให้นึกถึงการยึดอำนาจหรือการรัฐประหาร เพราะการพ้นไปของสภาฯ มี 2 เหตุผลที่เขียนในรัฐธรรมนูญ คือ อยู่ครบวาระ และ การยุบสภา ซึ่งไม่เคยมีการปรากฎว่าพ้นไปด้วยเหตุอื่นใด ทั้งนี้ ขอให้ส.ส.ที่มาจากประชาชนลงคะแนนด้วยความอิสระ เพื่อศักดิ์ศรีของระบอบประชาธิปไตย และปกป้องสถาบันที่เป็นตัวแทนของประชาชนเอาไว้

ก่อนที่ผลการลงมติ ปรากฎว่า เสียงข้างมากของที่ประชุม 234 ต่อ 223 เสียง เห็นด้วยกับการตัดถ้อยคำดังกล่าวออกตามความเห็นของกมธ. เสียงข้างน้อย งดออกเสียง 2 เสียง ถือว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลลงมติแพ้ ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งแรก คือการลงมติในร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 9(1) ว่าด้วยการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม ก่อนที่นายชวน ได้ปิดการประชุมเวลา 21.30 น.และเลื่อนการพิจารณาข้อบังคับข้อต่อในวันที่ 15 สิงหาคม

บทความก่อนหน้านี้‘สภ.วังวิเศษ’ จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้าและอาวุธปืน
บทความถัดไป‘หนุ่มใหญ่กร่าง’ ชักปืนเก่าข่มขู่ผู้จัดการบริษัท รปภ.เหตุไม่พอใจ อ้างเป็นญาติอดีต ส.ส.ลำปาง