‘ณัฐวุฒิ’ โพสต์หลังศาลยกฟ้อง 24 นปช. ชี้ไม่ถือเป็นชัยชนะ แต่เป็นความยุติธรรมแก่ ปชช.บาดเจ็บล้มตาย

15.08.19 | 18:00 น.

‘ณัฐวุฒิ’ โพสต์หลังศาลยกฟ้อง 24 นปช. ชี้ไม่ถือเป็นชัยชนะ แต่เป็นความยุติธรรมแก่ ปชช.บาดเจ็บล้มตาย

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” โพสต์ข้อความระบุว่า “ยกฟ้องกล่าวหา นปช. ‘ณัฐวุฒิ’ ไม่ถือเป็นชัยชนะฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นความยุติธรรมแก่ประชาชนผู้บาดเจ็บล้มตาย พิสูจน์ ‘เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย’ ไม่ควรประสบชะตากรรมโดนยิงเพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง – ฝากถึงรัฐบาล ‘อภิสิทธิ์’ ชัยชนะร่วมกันของสังคมคือปกครองโดยหลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่นับจำนวนความสูญเสีย – หวังอนาคตประเทศอยู่ร่วมกันได้แม้ความเห็นแตกต่าง


เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 62 ภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษา ‘ยกฟ้อง’ คดีก่อการร้ายจากเหตุการณ์ปี 2553 ซึ่งมี 24 นปช. เป็นจำเลย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน บริเวณศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า “เราเคารพและน้อมรับในคำพิพากษา อย่างที่ผมได้เคยเรียนไปแล้วว่า เรามั่นใจในข้อเท็จจริงและบริสุทธิ์ใจที่จะพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม ว่าการต่อสู้ การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่คือเป้าหมายเดียวของเรา ภายใต้หลักการสันติวิธี ไม่มีกองกำลังอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อกระบวนการพิจารณาคดีมาถึงวันนี้ ก็ต้องเรียนกับทุกท่านว่านี่ไม่ใช่ชัยชนะใดๆ ของพวกผม ไม่ใช่เป็นชัยชนะต่อฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้อง ไม่ได้เป็นชัยชนะต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แต่นี่เป็นกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยมีศาลท่านวินิจฉัยและมีคำพิพากษา สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ สำหรับผม ผมคิดว่าเป็นความยุติธรรมที่่เกิดขึ้นกับคนที่บาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ ถ้าผมสามารถจะส่งข้อความนี้ถึงคนที่บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว ผมก็อยากจะบอกว่า พี่ครับ น้องครับ เพื่อนครับ วันนี้ศาลท่านชี้แล้วว่าพวกเราไม่ใช่ขบวนการก่อการร้าย วันนี้ศาลท่านชี้แล้วว่า ความสูญเสียของเพื่อนของพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคน ไม่ได้เป็นไปเพราะพี่น้องเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ถูกเขายิงจนเจ็บจนตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ข้อเรียกร้องในสถานการณ์นั้นก็คือการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ ส่วนหลังจากนี้ ถ้ากระบวนการของคดีนี้จะมีความคืบหน้าต่อไปอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พวกผมกับฝ่ายกฎหมาย ก็จะต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ ส่วนคดีความอื่นๆ ก็ยังมีอีกมากนะครับ ที่พวกเราก็จะต้องต่อสู้กันต่อไป”

“อยากจะบอกกล่าวไปถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือเป็นคู่กรณีโดยตรง จากการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า เราไม่ได้ถือแพ้ชนะกันเรื่องคดีนี้ เราไม่ได้ถือแพ้ชนะกันที่ใครเจ็บใครตายมากกว่าน้อยกว่า ชัยชนะ ถ้าจะมีจากการต่อสู้ทางการเมือง มันต้องเป็นชัยชนะร่วมกันของสังคมไทย ดังนั้น ชัยชนะของนปช. ยังมาไม่ถึง จะมาถึงก็ต่อเมื่อเราปกครองโดยหลักการประชาธิปไตยอันแท้จริง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ผมยังจำความรู้สึกในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ได้แม่นยำทุกวินาที หลังความสูญเสียเกิดขึ้น แล้วผมเจรจากับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เวลานั้น เพื่อเรียกร้องให้ยุติสถานการณ์ หลังเวทีมีผู้คนมากมายวิ่งมาร้องไห้กับผม เพราะญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท คนในครอบครัวบาดเจ็บ เสียชีวิตและสูญหาย อกเสื้อผมยังเปียกน้ำตาประชาชน แล้วน้ำตาที่เปียกอกเสื้อมันซึมเข้าไปในใจ หนาวเหน็บจนวันนี้ วันนี้มันอบอุ่นขึ้นครับ เพราะผมย้ำอีกทีว่าพี่ผม เพื่อนผม น้องผมที่เสียชีวิต พวกเขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย พวกเขามาเสียสละ ประสบชะตากรรมที่ไม่มีใครควรเจอ เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง ดังนั้น ขอพี่น้องประชาชนและสังคมได้โปรดรับรู้สิ่งนี้นะครับ ส่วนคนที่ให้กำลังใจกันอยู่เสมอมา ก็ขอกราบขอบพระคุณ สำหรับคนที่เห็นต่าง ก็อยากจะเรียนว่า เราไม่ได้เคยมีความรู้สึกเป็นศัตรู เราไม่เคยมีความโกรธแค้นชิงชังกันเป็นการส่วนตัว ความเห็นต่างยังดำรงอยู่ได้ แต่ว่าการคิดถึงอนาคตของประเทศไทย การทำให้ความเห็นต่างนี้ เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะร่วมมือกัน ขอบคุณทุกท่านครับ” นายณัฐวุฒิกล่าว (ทีมงาน)  https://www.facebook.com/Nattawut.UDD/photos/a.861047093952899/2608126269244964/?type=3&theater