แกนนำ กปปส.ตรัง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ยอมรับคำตัดสินศาลชั้นต้น แต่เตรียมยื่นหนังสือถึงพรรคการเมือง การที่ถูกตัดสิทธิการเมืองทุกรูปแบบ
นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำ กปปส.ตรัง และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย หลังจากที่ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานควบคุมความประพฤติตรังว่า วันนี้ตนซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อปี 2556 ได้เดินไปฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลจังหวัดตรัง พร้อมกับนายสุพัฒน์ สังขประดิษฐ์ หรือลุงดำ สำลี นักจัดรายการชื่อดังจังหวัดตรัง ซึ่งยอมรับว่าก่อนที่จะเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่จะตัดสินคดีในวันนี้ ตนมีความกังวลอยู่มาก ว่าคดีของตนอาจจะไม่รอลงอาญา คือ ศาลสั่งจำคุกเลย ตามโทษฐานความผิดที่ได้ก่อขึ้น โดยเป็นแกนนำ กปปส.ตรัง นำประชาชนปิดล้อมสถานที่จัดการเลือกตั้ง เมื่อปี 2556
แต่ปรากฎว่าในวันนี้หลังจากศาลได้พิพากษาเสร็จสิ้น ได้ตัดสินให้ตนต้องโทษจำคุก 6 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาจำเลยทั้ง 2 ราย ไว้ก่อนเป็น เวลา 3 ปี แต่ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท ขณะที่จำเลยที่ 2 นายสุพัฒน์ สังขประดิษฐ์ ก็เช่นกัน โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อนเป็นเวลา 3 ปี เช่นกัน และปรับ 20,000 บาท พร้อมกับได้ตัดสิทธิทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี หลังจากนี้เป็นต้นไป
แต่จากการที่ตนถูกตัดสิทธิทางการเมืองทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงสมัครเลือกตั้ง หรือไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นายศักดิ์สฤษดิ์กล่าวว่า ตนก็ไม่สามารถใช้สิทธิได้เป็นเวลา 5 ปี ตนจึงเห็นว่าหลังจากนี้ จะทำหนังสือถึงพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อให้ยกเลิกการตัดสิทธิของตน เพราะที่ผ่านมาตนก็ได้ต่อสู้ทางการเมือง ต้องการให้มีการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าหากปล่อยให้มีการเลือกตั้งในขณะนั้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ จากการเลือกตั้งในขณะนั้น

