บทนำ วันที่ 17 สิงหาคม 2562 : เอาจริงกับ‘แว้น’

บทนำ วันที่ 17 สิงหาคม 2562 : เอาจริงกับ‘แว้น’

บทนำ วันที่ 17 สิงหาคม 2562 : เอาจริงกับ‘แว้น’

สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศเอาจริงกับวัยรุ่นใช้ถนนหลวงเป็นที่ประลองความเร็ว จัดแข่งรถสร้างความเสี่ยงให้กับผู้ใช้ถนน โดยล่าสุด พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยมีการหารือเรื่องการตั้งรางวัลนำจับให้แก่ประชาชนที่ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการโทรแจ้งทางโทรศัพท์สายด่วน 191 หรือ 1599 และช่องทางเพจ “ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.” โดยจะมอบเงินรางวัลตอบแทนให้ 3,000 บาท หากนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเกณฑ์ให้รางวัล คาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้จะเริ่มดำเนินการได้

ส่วนการแจ้งเบาะแส หากแจ้งเท็จจะถูกดำเนินคดี มีอัตราโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับประชาชนที่แจ้งข้อมูลให้ตำรวจนั้น ยืนยันว่าจะรักษาความลับเป็นอย่างดี ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งหลุดออกไปเพื่อความปลอดภัย และระบุว่า ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ซึ่งมักมีกลุ่มเด็กแว้นออกมาแข่งรถ ล่าสุดในกรุงเทพฯมีการร้องเรียนลดลง แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดขนาดใหญ่อย่าง นครราชสีมา และชัยภูมิ ยังมียอดการร้องเรียนและยอดการจับกุมจำนวนมาก ซึ่งสั่งทุกพื้นที่อย่าปกปิดเหตุเพื่อให้ยอดจับกุมลดลงเพราะจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวางมาตรการแก้ไขและป้องกัน โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูล หากพบว่ามีการปกปิดหรือบิดเบือนสถิติในช่วงแรกจะตักเตือนก่อน หากพบซ้ำจะพิจารณาบทลงโทษต่อไป

เป็นเรื่องดีที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายและมาตรการอื่นๆ อย่างจริงจัง โดยมุ่งไปยังผู้กระทำผิดด้วยการแข่งรถ มาตรการที่ประชาชนอยากเห็นอย่างจริงจังมากขึ้น คือการกวดขันตั้งแต่ให้ความรู้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อดูแลไม่ให้ลูกกระทำผิด การกวดขันการใช้รถจักรยานยนต์ ต้องมีใบอนุญาตและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติ รวมถึงเอาจริงเอาจังมากขึ้น กับร้านดัดแปลง แต่งรถ ซึ่งมีการเปิดเผยตัวเลขการจับกุมจำนวนมากในระยะนี้ แต่ถ้าจะให้ได้ผล ต้องมีความสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จึงจะสร้างความรับรู้ให้กับวัยรุ่นและพ่อแม่ผู้ปกครองได้

บทความก่อนหน้านี้นานๆโชว์ที ‘เมย์ ปทิดา’ จัดเต็ม จนเพื่อนต้องถาม ‘หนุ่ม กรรชัย’ เห็นยัง?
บทความถัดไปคุณภาพคือความอยู่รอด ตอน SMEs ไทยกับไต้หวัน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี