วันที่ 18 สิงหาคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความมั่นใจว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการบริโภคที่ช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะผลของการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 109,048.13 ล้านบาท (ร้อยละ 0.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี) มีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2561 และไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ขยายตัวถึงร้อยละ 5.2, 5.4 และ 4.6 ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ขยายตัวร้อยละ 3.2, 3.6 และ 2.8 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนที่ได้อานิสงส์ส่วนหนึ่งจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลงมากกว่าที่เป็น ทั้งนี้ อ้างอิงจากรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรายไตรมาส ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
นางนฤมลกล่าวว่า นอกจากนี้ การดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ยังเกิดประโยชน์ต่อภาครัฐ เช่น มีฐานข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคลและพื้นที่ สามารถจัดสวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัว ใช้งบประมาณคุ้มค่า ให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของผู้มีรายได้น้อย บรรเทาภาระค่าครองชีพที่จำเป็นของครัวเรือนได้ ใช้สวัสดิการที่ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีการรั่วไหล ไม่มีการคอร์รัปชั่น ถ้าไม่ใช้เงินไม่หายไปไหน ยังคงอยู่ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากด้วย

