เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา “รวมพลังประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ” โดยนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคเหนือ กล่าวเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า จากนี้ทุกคนต้องทำงานตามยุทธศาสตร์ที่พรรคมอบหมาย ในส่วนของภาคเหนือจะต้องทำพื้นที่ด้วยการกำหนดเป้าหมายสมาชิกพรรค แต่ละเขตควรมีสมาชิก 100 คนขึ้นไป ส่วนเขตที่มีความพร้อมมีส.ส.อยู่ ขอให้มีการจัดตั้งสาขาพรรค และควรต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 500 คน ส่วนการขับเคลื่อนของพรรคจะยึด 3 หลัก คือ สมาชิก สภา และรัฐบาล ในส่วนของภาคเหนือจะต้องมียุทธศาสตร์หลัก มีคณะกรรมการขับเคลื่อนตามหลักยุทธศาสตร์ใหญ่ และมีการเรียกร้องให้มีนโยบายภาค
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ว่า การเข้าสู่โลกออนไลน์ ออฟไลน์ นำมาสู่การวางยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อน และการวางกลไก จะมีการสร้างนักรบในการทำงานาเพื่อนประชาชนของพรรค เขตละ 5 คน เป็นทีมอเวนเจอร์ของเขตเพื่อทำงานร่วมกับส.ส. อดีต ส.ส. โดยมีเวลาทำงาน 350 เขต ในระยะเวลา 4 เดือน วันนี้พรรคต้องรวมใจเป็น 1 มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือประชาชน และประเทศชาติ ความศรัทธาที่เกิดจากผลงานเท่านั้นจึงจะยั่งยืนที่สุด ความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิตอลทำให้เราต้องปรับตัว แต่อุดมการณ์พรรคต้องไม่เปลี่ยนแปลง การทำงานต้องเปลี่ยนแนวคิด ต้องทำเพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อตัวเอง การลงพื้นที่ไม่ใช่เพื่อหาเสียง แต่เป็นการเรียกศรัทธาให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีต
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กลยุทธ์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จะยึดแนวทาง ติดอาวุธความคิด ใกล้ชิดมวลชน เปิดพรรคกว้าง สร้างเครือข่าย ขยายฐานพรรค ประจักษ์ผลงาน สื่อสารฉับไว อุดมการณ์ทันสมัย สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ชนะใจประชาชน เราเป็นพรรคที่ไม่มีนายทุน แต่เราโชคดีที่ประชาชนอุดหนุนด้วยเงินภาษีมากที่สุดในประเทศ เราจะเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง จะต้องรักษาฐานเสียงเดิม 3.9 ล้านเสียง และเป้าหมายหลักคือจะต้องเอา 7 ล้านเสียงที่หายไปกลับคืนมาให้ได้ ทั้งนี้ พรรควางเป้าหมายว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะต้องได้ส.ส. 155 เขต คือ ภาคเหนือต้องได้ 20 เขต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 25 เขต ภาคกลาง 30 เขต กทม. 30 เขต และภาคใต้ 50 เขต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะต้องพร้อมทำงานไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย

