ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยืนยันก่อนการเปิดประชุมรัฐ สภาในตอนรุ่งอุษาสางของวันที่ 27 กรกฎาคมว่า กรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนจะไม่ขอตอบ
แต่คำถามที่ตามมาก็คือ กรณีการถล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้จบไปตามคำยืนยันหรือไม่
ในวันพุธที่ 7 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจไม่ไปตอบกระทู้ถามสดเนื่องจากติดภารกิจการเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ถามว่าแม้ไม่มีการยื่นกระทู้ถามสดแต่คำถามกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้ตามไปยังภาคใต้หรือไม่ แม้กระทั่งในวันพุธที่ 14 และวันพุธที่ 21 สิงหาคมก็ตาม
จนในที่สุดกระทู้ถามสดก็กลายเป็น “อภิปรายทั่วไป”
ความเป็นจริงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิอาจปัดปฏิเสธได้แม้จะเลี่ยงการเดินทางไปตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มฝีมือความสามารถก็ตาม
นั่นก็คือ ประเด็นการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่เคยหมด สิ้นไปจากสังคม
ถึงไม่มี นายปิยบุตร แสงกนกกุล ตั้งกระทู้ ส.ส.กว่า 100 คนก็พร้อมใจกันลงชื่อเพื่อยื่นเป็นญัติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152
ยิ่งกว่านั้น บรรดาผู้สื่อข่าวก็พร้อมที่จะตั้งคำถามถึงความคืบ หน้าในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องการหรือไม่ต้องการ
ตรงนี้ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นลักษณะต่อความยาว สาวความยืดในทางการเมือง หากแต่ยังสอดรับกับพังเพยโบราณที่ว่า รักยาวให้บั่น รักสั่นให้ต่อ
เป็นการต่อโดยเริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในความเป็นจริง เรื่องนี้มิได้ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนเลยเพียงแต่จะยอมรับหรือไม่ว่าได้เกิดความผิดพลาดระหว่างการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม
หากมีความผิดพลาดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ก็ชอบที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง
เท่ากับอนุวัติตามลักษณะไทยแท้”คนดี”ตามนิยามพื้นฐาน นั่นก็คือ คนดีชมชอบและมีความพร้อมในการแก้ไขตนเอง
จึงแทบไม่มีเหตุผลที่จะต้องต่อความยาว สาวความยืดเลย

