หน้าแรก การเมือง ท่วงท่า อาการ...

ท่วงท่า อาการ ต่อ’ศูนย์ปราบโกง’ ‘อ่อนไหว’ยิ่ง

7.06.16 | 12:18 น.

ปฏิกิริยาและท่าทีของ “คสช.” ต่อการเปิดตัวของ “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว

นั่นแหละ คือ “ปรอท” สำแดง “อุณหภูมิ”

การเดินทางไปขอร้องโดย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย และ ร.ต.สุนทร ยอดดี ผู้บังคับกองร้อยรักษาความปลอดภัย ร.12 พัน 3 รอ.

อาจเป็นการหยั่งเชิง แหย่เข้าไปตรวจสอบ

“ของจริง” สัมผัสได้จากท่าทีและความเห็นอันมาจาก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ลึกซึ้งและเป็นจริงมากกว่า

Advertisement

1 เห็นว่า “นปช.” เหมือนเป็นองค์กรทาง “การเมือง”

1 เห็นว่า “ภาพที่ออกมาจะทำให้สังคมสับสนว่า เป็นการขับเคลื่อนทางการเมืองหรือไม่” จึงคิดว่า “ยังไม่เหมาะสมในช่วงเวลานี้”

1 เห็นว่า “อย่าทำให้คนในสังคมรู้สึกขัดแย้งกัน”

ท่าทีและปฏิกิริยาอัน “แหย่ง” มาจาก คสช. โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเป็นผู้จุดประกาย และสำทับตามมาโดยเจ้าหน้าที่กระบอกเสียงจึงทรงความหมายและมีความสำคัญ

ทรงความหมายต่อ “นปช.” สำคัญต่อ “นปช.”

 

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าการนำเสนอคำขวัญ 3 ไม่ ไม่ว่าการรุกคืบไปสู่การเปิด “ศูนย์ปราบโกง” ของ นปช.ดำเนินไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม

ยึดกุม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

ยึดกุม หลักการและแนวทางอันนำเสนอผ่านคำขวัญ 3 ไม่ที่ว่า “ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” แสดงตนเป็นมือไม้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ไม่ล้ม ก็คือ ไม่ล้ม “ประชามติ”

ไม่โกง ก็คือ ดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะให้กระบวนการประชามติเดินหน้าไปสู่วันที่ 7 สิงหาคม ด้วยความราบรื่น

ปมเงื่อนอาจจะมีบ้างก็ตรง “ไม่อายพม่า”

อาจจะก่อให้เกิดคำถามว่าทำไมจึงเน้นย้ำว่าจะต้อง “ไม่อายพม่า” แต่พลันที่ได้รับคำอธิบายสั้นๆ จากสถานการณ์การเลือกตั้งของเมียนมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558

ทุกคนก็จะต้องร้อง “อ๋อ” อย่างพร้อมเพรียงกัน

ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับที่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช.กล่าว นั่นก็คือ “ในอดีตวันที่ 7 สิงหาคม คือวันเสียงปืนแตกที่กองกำลังใช้อาวุธต่อสู้รัฐบาล แต่วันที่ 7 สิงหาคมนี้ เราไม่ใช้ปืนแต่ใช้ปากกา สมองและหัวใจต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”

แม้คำขวัญ “ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” จะไม่ผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 แต่ประเด็นอยู่ที่ “คำถาม” อันตามมา

กระนั้น ท่าทีและปฏิกิริยาอันมาจาก “คสช.” จึงมากด้วยความล่อแหลม ละเอียดอ่อน อ่อนไหวและประณีตเป็นอย่างสูงในทางการเมือง

เหมือนกับเป็นอาการ “คล้อยตาม” มิได้แข็งขืน

นั่นก็คือ คล้อยตามไปกับกระแสแห่ง “ประชามติ” คล้อยตามไปกับ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 อย่างเคร่งครัด

ไม่มีอะไรที่ ก้าวร้าว รุนแรงและหยาบคาย

 

ไม่มีอะไรที่บิดเบือน ตรงกันข้าม กลับทำตัวเป็นหน่วยพิทักษ์ “ประชามติ” และแสดงบทบาทพร้อมที่จะต่อต้านการโกงในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากใครหรือฝ่ายใดก็ตาม ทั้งยังนำเอาจิตใจอันเป็นแบบอย่างของชาวเมียนมาที่ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558

ร้อยละ 90 ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเลือก “ประชาธิปไตย”

พลันที่เรียกร้องและนำเอาจิตวิญญาณแห่งการตัดสินใจของชาวเมียนมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 มาเป็นแบบอย่างและเชิดชู

คำขวัญนี้ก็มาด้วยความแหลมคมและกลับกลายเป็น “อาวุธ”

เพราะว่าวีรกรรมของชาวเมียนมา คือวีรกรรมในการเลือก “ประชาธิปไตย” เข้ามาต่อกรกับสิ่งที่เรียกว่า JUNTA ซึ่งมีปากกระบอกปืนเป็นเครื่องมือ

ปลายหอกย่อมพุ่งเข้าใส่ยอดอกของเหล่า “เผด็จการ”

ตรงนี้แหละที่ทำให้การเข้าจัดการกับ “ศูนย์ปราบโกง” มากด้วยความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวในทางการเมือง

 

คําถามอยู่ที่ว่า คสช.จะตัดสินใจอย่างไร จะปล่อยเลยตามเลย หรือว่าจะเข้าไประงับและยับยั้ง

ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ว่า นปช.ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างมีเป้าหมายที่สวนทางกับ “ร่างรัฐธรรมนูญ” อย่างเดียว หากยังต้องการเป็นเหมือนปรอทวัดความรู้สึกของ คสช.ไปด้วยในขณะเดียวกัน

จึงเท่ากับเป็นการประลองกำลัง หยั่งกระแสทางการเมือง