บทนำ : กมธ.LGBT

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.
ข้อที่ 90 หมวด 5 ว่าด้วยกรรมาธิการ ที่กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ และ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แปรญัตติขอเพิ่มเป็น 36 คณะ โดยเสนอให้มีคณะกรรมาธิการผู้มีความหลากหลายทางเพศ แยกออกมาจากคณะกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผลการลงมติ ที่ประชุมไม่เห็นชอบกับคำแปรญัตติของ น.ส.ณธีภัสร์ ด้วยคะแนน 365 ต่อ 101 และงดออกเสียง 13 ส่งผลให้กรรมาธิการวิสามัญมีจำนวน 35 คณะตามร่างเดิม

จากนั้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ร่วมกันแถลงว่า ทางกลุ่มพยายามที่สุดแล้วที่จะสร้างที่ยืนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของคนหลากหลายทางเพศ โดยคุยกับ ส.ส.พรรคอื่นที่เคยหาเสียงไว้ และหวังว่าจะได้เสียงมากกว่านี้ นอกจากพรรคอนาคตใหม่ 70 กว่าเสียง หน้าที่หลักของตนและเพื่อนสมาชิก LGBT คือการสร้างความเข้าใจกับสังคมต่อคนหลากหลายทางเพศ 7 ล้านคนในประเทศ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกโกงความเป็นมนุษย์ตลอดจนฆ่าตัดตอนความฝัน และเป้าหมายหลัก คือการจัดตั้ง กมธ.ดังกล่าว แม้ผลออกมาจะไม่สำเร็จ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สัมฤทธิผล เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย และรัฐสภาไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ โดยเร่งตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อทำงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ และยกร่างกฎหมายสมรส โดยแก้ประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ให้การสมรสเท่าเทียมกันทุกเพศไม่ใช่เฉพาะชายหญิง

ต้องถือว่ากลุ่ม ส.ส. LGBT ดังกล่าว ได้พยายามทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้กับสังคมไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง คะแนนเสียงจากการลงมติ สะท้อนภาพความคิดของสังคมไทยไม่มากก็น้อย ความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แม้แต่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศบางแห่ง ภาคราชการและภาคเอกชนบางแห่ง ก็ยังเกิดปัญหาไม่ยอมรับและกีดกันไม่รับเข้าทำงาน ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว ดังนั้น จะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการทำงานหนัก อดทน และสร้างความรู้ สร้างความเข้าใจให้สังคม เพื่อให้เกิดการสั่งสมความเข้าใจจนถึงจุดที่สังคมเข้าใจ และให้การยอมรับ

บทความก่อนหน้านี้อย.เตือนซื้อยาต้านไวรัส HIV ชื่อ Mamieo Ritz ทางสื่อออนไลน์ ระวังอันตราย
บทความถัดไปเยาวชนสุราษฎร์ เจ๋งคว้าแชมป์เทควันโด 2 เหรียญทองที่อินเดีย