‘สุทิน’ กวักมือพรรครัฐบาล ร่วมมือฝ่ายค้านแก้ รธน. ยก ‘ไพบูลย์’ กรณีควรศึกษาเป็นบทเรียน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม​ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)​ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า อยากเชิญพรรคร่วมรัฐบาลว่าพรรคใดเคยมีนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบอกประชาชนไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลที่เสนอนโยบายต่อรัฐสภาในข้อ 12 ว่าจะศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ โอกาสนี้ควรมาร่วมมือกันดำเนินการ พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ผลีผลามแก้ตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่อยากให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้มาศึกษาร่วมกัน ว่าหลักเกณฑ์และวิธีการใดจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วให้การยอมรับทั้งประเทศ วิธีนี้เท่านั้นจะเป็นทางออกที่ดีของประเทศได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีจุดอ่อนสำคัญ คือการขาดการมีส่วนร่วมและถูกเขียนในบรรยากาศที่ประชาชนไม่มีเสรีภาพจะเกิดปัญหาข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ประสบอยู่ในขณะนี้

นายสุทินกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ที่ประกาศจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ นั้น เรื่องนี้เป็นกรณีที่ทุกคนควรศึกษาเอาเป็นบทเรียน ว่าการจะดำเนินการทางการเมืองใดๆ จะต้องใคร่ครวญตรวจสอบอุดมการณ์และจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน ไม่ใช่ตั้งพรรคแล้วมายุบทิ้งเพื่อหักเหทิศทางของตัวเอง อีกทั้งยังเกิดปัญหาต้องตีความว่ากรณีนี้จะทำได้หรือไม่​

“ขอร้องว่าพรรคการเมืองอื่นอย่าเอาเป็นแบบอย่างด้วยการย้ายพรรคเช่นนี้ และฝากบอกพรรคพลังประชารัฐ​ อย่าคิดดูด ส.ส.ด้วยวิธีการนี้ เพราะจะเกิดปัญหายุ่งยากตามมาอีกเยอะ เช่น เรื่องการโอนคะแนนจากพรรคเก่าไปให้พรรคใหม่ รวมถึงหากมีการเลือกตั้งซ่อมก็ต้องมีการนับคะแนนใหม่อีก แล้วจะต้องมาคำนวณ ส.ส.กันอีกรอบ​ ไม่รู้ว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส.เพิ่ม พรรคไหน ส.ส.จะลดลง แต่เรื่องใหญ่กว่าทุกเรื่อง คือวิธีการคิดของนายไพบูลย์ผิดหลักประชาธิปไตยอย่างแรง เพราะเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่เขาเลือกตั้งพรรคหนึ่งแล้วจะโอนคะแนนไปให้อีกพรรคหนึ่ง” นายสุทินกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ ประจำวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 : โดย นายเสียม
บทความถัดไป“นครินทร์” เค้นฟอร์มระดับโลกคว้าโพล พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนาม 2