“ช่อ” กลบข่าวลือปมยุบพรรคอนค. บอก ลือไปโดยไม่ได้ดูพื้นฐานกฎหมาย แจง เป็นคนละกรณีกับปมไพบูลย์ ย้อน “เพื่อไทย” เอาเวลาไปตรวจสอบพฤติกรรม ครม.ดีกว่ามาห่วงพรรคเพื่อนบ้าน ยัน พรรคร่วมฝ่ายค้านยังมีเอกภาพ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนค. แถลงข่าวถึงกรณีกระแสข่าวยุบพรรคอนค. ว่า มีการข่าวลือเกี่ยวกับกระแสยุบพรรคอนค. อีกครั้ง แม้เราจะชินแล้วกับกระแสข่าวนี้ เพราะมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่สาเหตุที่มีการพูดถึงอีกครั้ง เพราะ มีการตั้งข้อสังเกตและเชื่อมโยงกับกรณีของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ว่าหากยุบพรรค โดยการยุบเองหรือไม่ได้ยุบเอง นั้นต่างกันอย่าไร ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจก่อนว่า ทุกคดีที่มีต่อพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีคดีไหนที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ หรือมีมูลฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะเอาผิดแกนนำพรรค หรือพรรคได้เลย แต่นั้นเป็นเพียงมูลเหตุทางกฎหมาย แต่ถ้ามีการใช้กระบวนการนอกเหนือจากพื้นฐานทางกฎหมายก็อยู่นอกเหนือการควมคุมของเรา ซึ่งคดีเดียวที่ตอนนี้เข้าข่ายมากที่สุดคือ คดี อิลลูมินาติ ที่ระบุว่า พรรคเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรายืนยันว่า ตั้งแต่ตั้งพรรค จนได้รับเสียงจากประชาชนกว่า 6.3 ล้านเสียงนั้น เราไม่มีการกระทำข้อใดที่จะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง อย่างแน่นอน
“แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่า มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายจริง ก็ไม่มีอำนาจในการสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ สามารถสั่งให้เพียงหยุดพฤติกรรมที่เข้าข่ายเท่านั้น เพราะฉะนั้น การยุบพรรค หรือตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับการยุบพรรค เป็นเพียงการลือไปโดยไม่ได้ดูพื้นฐานทางกฎหมาย” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
น.ส.พรรณิการ กล่าวอีกว่า หากมีการยุบพักจริง แล้วมีการเปรียบเทียบ ว่า กรณีของนายไพบูลย์ หรือ ของพรรคเรา ต้องมีการคำนวณปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ แต่กรณีของนายไพบูลย์เป็นการยุบพรรคตัวเอง แต่ของ พรรคอนาคตใหม่เป็นการยุบโดยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายระบุไว้อยู่แล้ว ว่ามีเวลา 60 วัน สำหรับ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ หาพรรคใหม่สังกัด หากเกินระยะเวลาดังกล่าวจึงถือสิ้นสภาพความเป็น ส.ส. ขอย้ำตรงนี้ว่า พี่น้องประชาชน และสื่อมวลชน ไม่ต้องมีใครมาตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ นี่คือความรับผิดชอบ ที่พรรคอนค.ต้องจัดการให้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ของเรามีพรรคสังกัด นั้นเป็นหน้าที่ของ กรรมการบริหารพรรคที่จะหาสังกัดให้ส.ส. โดยไม่ศูนย์เสียสถานะอย่างแน่นอน หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด ในกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับการยุบพรรคอนค. เรื่องนี้เราถือว่า แทนที่จะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีงานเต็มมือ ในการตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆของ ครม. และงานใหญ่อย่างการอภิปรายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ แทนที่จะสนใจเรื่องดังกล่าว เราควรช่วยกันโดยการช่วยกันป้องปรามโจรในการปล้นผลประโยชน์ของประชาชน นี่คือ สิ่งที่เราต้องร่วมมือกันมากกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้มีการหาพูดคุยร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย แต่เรายืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกัน อย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงความคืบหน้า คดีของพรรคที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า คดีทีอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เราคาดว่า ศาลน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนในการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเราได้ส่งคำชี้แจงต่างๆครบหมดแล้ว และเรามั่นใจว่าเอกาสารที่ส่งไปนั้นครบถ้วน

