‘บิ๊กตู่’ แย้ม​ได้เวลาเข้าสภา​ เห็นมีคนบ่นคิดถึง-เจอหนุ่มเดือดร้อน ลุกตะโกนลั่นกลางห้อง

26.08.19 | 19:26 น.

เมื่อเวลา​ 16.30​ น.​ วันที่​ 26​ สิงหาคม​ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงวิสัยทัศน์และกล่าวปิดงาน SD Symposium 10 Years “Circular Economy : Collaboration for Action” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอรับข้อเสนอของงานในการดูแลและจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการกำจัดขยะ โดยมอบหมายกระทรวงมหาดไทยบริหารจัดการ เก็บขยะ และนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ พื้นที่ป่าต่อไปนี้จะบุกรุกอีกไม่ได้ และเป้าหมายที่จะให้มีป่าไม้ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเป็นป่าหลายอย่างผสมกัน ทั้งป่าชุมชน ป่าไม้มีค่า ซึ่งเราต้องบริหารจัดการที่ดินให้เหมาะสม ทั้งนี้ วิธีคิดถือเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เราทำทั้งหมด ตนเรียนว่าคิดมาโดยละเอียดตลอด 5 ปี ไม่เคยหยุดคิด โดยฟังจากภายนอก แล้วนำไปสู่การขับเคลื่อนทั้งหมดใน ครม.และเชื่อว่าคนในที่นี้ก็คิดดีกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็มีทั้งดีมากดีน้อย ตนไปว่าใครเขาไม่ดีไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะว่าเราอีก เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนร่วมมือกัน ถ้าทุกคนพูดถึงแต่ปัญหาและความขัดแย้ง โครงการอะไรเกิดขึ้นมา ก็ไม่ถูกไปเสียทั้งหมด มันมีทั้งถูก หรือไม่ถูกก็ว่ากันมา แต่มันต้องทำให้เกิดขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการขยะ


 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องระดมสมองในการแก้ปัญหา คิดว่าในที่นี้มีสมองที่ดีกันทั้งนั้น แต่มีบางประเภทระดมมาแล้วมันไม่ค่อยได้เรื่อง ตนไม่ได้ว่าใคร เพราะระดมความขัดแย้งทุกวัน ไม่เลิกเสียที ก็ว่ากันไป ตนไม่ไปต่อสู้กับท่านอยู่แล้ว ท่านผู้เคารพรักทั้งหลาย

“ถ้าเอาสิ่งที่ได้ทำมาพูดในห้องนี้ ทุกคนก็รู้หมด แต่พอออกไปข้างนอก กลับไม่รู้ ไปเรื่องอื่นเสียเยอะ ต้องอิสระเสรี สิทธิเสรีภาพกันเต็มที่ โห วันนี้ ถ้าจะเอาอะไรมากกว่านี้ก็แย่เหมือนกันนะ ทุกประเทศในโลกมีปัญหาเดียวกันนี่แหละ” นายกฯ กล่าว

Advertisement

พล.อ.ประยุทธ์  ยังกล่าวต่อว่า เป็นนายกฯรู้ทุกเรื่อง มันถึงปวดหัว ถ้าเป็นนายกฯแบบไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง คงสบายกว่านี้เยอะ แต่ตนบ่นไม่ได้ บ่นมากๆเดี๋ยวเขาก็จะบอกให้ลาออกไปสิ แทนที่จะให้กำลังใจ ไม่มีเลย นี่ไม่ได้บ่น แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ ยืนยันวันนี้รัฐบาลมีเสถียรภาพ​เต็มที่​ ขอให้เชื่อมั่น เราต้องทำงานเป็นทีม ต้องศึกษาเรื่องต่างๆ ที่บอกว่าตนไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ แล้วไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจไม่ได้นั้น อยากบอกว่า เรามีคนที่รู้เรื่องนั่งอยู่เต็มห้อง ตนก็ถามข้อมูล แล้วนำมาสรุปเป็นมติ การประชุมเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ซึ่งตนเป็นคนรับฟังคน แต่ไม่ฟังเรื่องไร้สาระ พูดแต่เรื่องเดิม ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งนี้ไม่มีรัฐบาลไหนเนรมิตสิ่งต่างๆได้โดยเร็ว แบบที่ต้องการทั้งหมด ยืนยันว่าเสถียรภาพรัฐบาลยังมีอยู่เต็มที่ขอให้เชื่อมั่น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้พะยูนก็ต้องมาตาย ก็ต้องเข้าใจ​ ตนก็เห็นใจ ถ้าพูดจริงๆมันเป็นสัตว์ป่า ที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยกับการดูแลสัตว์ประเภทนี้ ตนสั่งการไปแล้วขอให้ไปดูในเรื่องทางการแพทย์ เรามีความคุ้นเคยในทางกายภาพของเขาแค่ไหน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีพะยูน​ 250 ตัว เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก่อนหน้านั้นมันลดลง

“ผมไม่รู้นะ เขาบอกตั้งแต่ปี 2557 ประเทศชาติเสียหายถอยหลัง แต่พะยูนทำไมมันเพิ่มขึ้นล่ะ หรือผมเข้ามามันเกิดประโยชน์กับพะยูนอย่างเดียว ผมก็ไม่เข้าใจ ไอ้เรื่องดีๆ ก็ไม่พูด“ พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้พยายามทำทุกอย่างให้ทุกคนเชื่อมั่น ให้คนไว้ใจ และให้ทุกคนอยากย้ายฐานการผลิตมาประเทศไทย เพราะเขาบอกประเทศไทยมีดีอยู่ 3 อย่างคือ ธรรมชาติสวยงาม อาหารอร่อยราคาถูก สะอาดและปลอดภัย และมีรอยยิ้ม ยิ้มสยาม ยิ้มเข้าไว้ ตนก็ยิ้มเยอะขึ้น เขาบอกตนยิ้มแล้วน่ารักขึ้นมาหน่อยดีกว่าทำหน้าดุดัน เพราะปกติโมโห​ จึงต้องขอโทษด้วย เพราะ 5 ปีนี้มีแรงกดดันเยอะ วันนี้พอจบตรงนี้​ พอรัฐบาลเลือกตั้งเข้ามา ก็ขอให้มาช่วยกันดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน วันนี้ก็เข้าใจกันมากขึ้น ไม่ว่าปัญหาอะไรตนเชื่อว่าแก้ได้ ซึ่งต้องแก้ด้วยคนไทยทุกคนถึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อเดินหน้าประเทศให้ก้าวไป ส่วนอื่นๆ ก็ประคับประคองกันไปข้างๆ ซึ่งนโยบายรัฐบาลก็เดินหน้าไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ความขัดแย้งมีไว้แก้ไข ปัญหามีไว้ให้ชน ให้แก้

ทั้งนี้ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามว่ามีใครจะถามอะไรตนหรือไม่ ก่อนจะกล่าวติดตลกว่า​ “วันนี้ผมกำลังซ้อมในสภาอยู่ ผมว่าจะเข้าไปสักที คิดถึงผมกันเหลือเกิน เป็นครั้งแรกขออภัยด้วย พอดีมันติด คราวหน้าถ้าผมเข้าไปหัวเราะตลอดเวลา เขาก็ว่าผมบ้าเหมือนกันนะ แล้วแต่ท่าน ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนั้นมีผู้ร่วมงานคนหนึ่งลุกขึ้นตะโกน เพื่อเรียกร้องให้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อน โดยระบุว่า “นายกฯผมเหนื่อยเหลือเกิน ผมไม่ไหวแล้ว” ซึ่งนายกฯได้มอบหมายให้เลขาธิการนายกฯไปรับเรื่อง และระบุว่า เขามีปัญหา เขาเดือดร้อน ตนไม่โกรธ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพาตัวชายคนดังกล่าวไปพูดคุยสอบถามข้อมูล เบื้องต้นทราบว่ามีปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาขยะที่อำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง