เอาอีก! “อนาคตใหม่” เปิดช่อง ตี พ.ร.ก.ออกแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ชี้ ออกก่อน-รับรองทีหลัง ถ้าสภาตีตก ครม.ต้องรับผิดชอบทางการเมืองโดยการลาออก
เมื่อเวลา 13.50 น.วันที่ 27 สิงหาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. แถลงถึงการออก พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ว่าชื่อกฎหมายไม่ได้ซ้ำ เพราะ พ.ร.ก.นี้ออกปี’62 เพื่อแก้ พ.ร.บ.ปี’62 ซึ่งประเทศไทยมีการตรา พ.ร.ก.มาแล้วหลายครั้งหลายหน โดยรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ครม.ออก พ.ร.ก.ใช้ไปพลางก่อน ออกแล้วมีผลทันที แต่ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบอีกครั้งหนึ่งก่อนเพื่อให้มีผลต่อเนื่องไปตลอดกาล กล่าวคือ ออกไปก่อน รับรองทีหลัง หมายถึงกฎหมายไปออกที่ฝ่ายบริหารก่อน แล้วค่อยให้ฝ่ายนิติบัญญัติรับรองทีหลัง จึงต้องมีเหตุจำเพาะเจาะจงตามมาตรา 172 วรรค 1 คือ 1.ออกเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ 2.เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะ 3.เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และ 4.เพื่อป้องปัดภัยพิบัติ เท่านั้น โดยต้องเป็นความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน ปัญหาคือ พ.ร.ก.ฉบับนี้เข้าเหตุทั้ง 4 เหตุหรือไม่ ซึ่งตนอ่านแล้วก็ไม่เห็นว่าเข้าเหตุตรงไหน แต่มีเนื้อหาเพียงว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวที่มีผลในวันที่ 24 สิงหาคม 62 อย่าให้มีผล ให้หยุดการมีผลใช้บังคับไปก่อน โดยอ้างว่าหน่วยงานต่างๆ ยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติ จึงต้องเอา พ.ร.ก.มาเบรกไม่ให้ พ.ร.บ.มีผล
นายปิยบุตรกล่าวว่า เดี๋ยวจะต้องมีการเอา พ.ร.ก.ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด นั่นหมายความว่าประชุมสัปดาห์หน้าเรื่องนี้ต้องเข้าสภาทันทีเพื่อให้สภาพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าสภาพิจารณาร่วมกันว่าไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็ต้องตกไปทันที แต่ยังมีความรับผิดชอบในทางการเมือง ในประวัติศาสตร์มี พ.ร.ก.ที่ไม่ผ่าน 3 ครั้ง ซึ่งถือเป็นธรรมเนียบปฏิบัติมาตลอดว่า ถ้า พ.ร.ก.ใดที่ถูกนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้วไม่ผ่าน ครม.จะลาออก สมัยจอมพล ป.ไม่ผ่าน 2 ครั้ง ก็ลาออกทั้ง 2 ครั้ง สมัย พล.อ.เปรมไม่ผ่าน 1 ครั้ง ก็ใช้วิธียุบสภา ดังนั้น ต้องตามดูต่อไปว่า หากครั้งนี้เอากลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้วไม่ผ่าน ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะมีความรับผิดชอบในทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร ช่องทางต่อมาคือ หากเกิดสภาเห็นว่าการออก พ.ร.ก.นี้ไม่เข้าเหตุ 4 ข้อตามที่กล่าวมา ส.ส.จำนวน 1 ใน 5 มีสิทธิร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้เข้าเหตุในการออกตามมาตรา 172 วรรค 1 หรือไม่ ถ้าไม่เข้าแปลว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ตกไปตั้งแต่วันออก ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยภายใน 60 วันด้วย เรื่องนี้สัปดาห์หน้าจะชัดเจนว่าเราจะเอาอย่างไรกัน โดยจะได้ปรึกษากับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าประเด็นนี้จะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไร เมื่อก่อนท่านมีอำนาจตามมาตรา 44 มา 5 ปี ทำให้การใช้อำนาจของท่านปราศจากความระมัดระวัง และความรอบคอบ มีการออกกฎหมายผิดพลาด บกพร่อง สะเพร่า หลายครั้ง ออกแล้วแก้กันหลายครั้งด้วยอำนาจมาตรา 44 แต่ครั้งนี้ท่านไม่มีมาตรา 44 แล้ว เลยไปหาช่องทางอะไรที่จะดำเนินการได้โดยเร็ว โดยอาจจะลืมไปว่าตอนนี้เรามีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ท่านก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่อไป แล้วท่านต้องรับผิดชอบทางการเมือง เพราะท่านไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 ในมืออีกต่อไปแล้ว ไม่มีใครช่วยท่านได้อีกแล้ว

